การสร้างบ้านเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (eco-design concept)

การสร้างบ้านในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขั้นตอนและหลากหลายวิธีตามแต่การสร้างของผู้รับเหมา บริษัทรับสร้างบ้าน แต่ปัจจุบันก็นิยมการสร้างบ้านที่เน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะนอกจากการสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้อีกด้วย

               โดยส่วนบ้านการสร้างบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะนิยมใช้วัสดุและพลังงานจากธรรมชาติ หรือสิ่งเลียนแบบธรรมชาติ จะไม่ใช้วัสดุที่เป็นสารเคมี ซึ่งการสร้างบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลักๆคือ การเลือกใช้เทคโนโลยี และการเลือกวัสดุและพืชพันธ์ โดยมีรายละเอียดแต่ละด้านดังต่อไปนี้

                1. การสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยี (eco-design technology) ซึ่งเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับแต่ละบ้าน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้านคือ ด้านพลังงาน และการออกแบบด้วยระบบธรรมชาติ (passive design) ดังนี้

                1.1 การสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยี ในส่วนของพลังงานนั้นจะเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถแปลงพลังงานแสงแดด หรือพลังงานลม มาแปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า สำหรับประเทศไทยในบางบ้านจะติดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา เพื่อทำการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าและนำไปกักเก็บที่แบตเตอรี่และนำมาจ่ายเป็นกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน การใช้แผงโซล่าเซลล์นี้จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานถ่านหิน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่แผงโซลล่าเซลล์ก็มีข้อเสียในเรื่องของการดูแลรักษาและพื้นที่ที่จะทำการติดตั้งที่จะต้องไม่เป็นพื้นที่ที่มีเงา หรือได้รับการบดบังจากตึกหรืออาคาร  และยังมีราคาสูงอยู่มากจึงทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก

 

 

 

                นอกจากการนำพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว บางบ้านยังมีระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่อนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ และล้างสิ่งต่างๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยประหยัดน้ำ และค่าใช้จ่าย

                1.2 การสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยี ในส่วนของแนวทางการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน โดยทั่วไปแล้วการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานนั้นมีแนวทางการออกแบบ 2 รูปแบบคือ แบบอาศัยเครื่องจักรกล (active design) และแบบเน้นพึ่งพาธรรมชาติ (passive design) โดยทั้งสองรูปแบบนี้จะเน้นการอยู่อาศัยที่เย็นสบายเหมือนกัน แต่มีวิธีการทำที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ก่อนการก่อสร้างบ้านเจ้าของบ้านอาจทำการปรึกษาบริษัทรับสร้างบ้าน หรือศึกษาหาข้อมูลการสร้างบ้านเพิ่มเติมจากสถาปนิก อินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

                สำหรับการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานที่อาศัยเครื่องจักรกล (active design) จะเป็นการใช้เครื่องระบายอากาศเพื่อให้บ้านมีความเย็นสบาย อากาศถ่ายเท และการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานที่เน้นการพึ่งพาธรรมชาติ (passive design) วิธีนี้จะเน้นการออกแบบรูปแบบอาคารให้หันไปทางทิศเหนือหรือใต้ เพื่อทำให้ลมเข้าบ้านและมีอากาศถ่ายเท เย็นสบายตลอดเวลา ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ โดยทั่วไปแล้วการสร้างบ้านและอาคารจะให้ส่วนที่แคบที่สุดของบ้านหันไปทางทิศตะวันตกและตะวันออกเพราะเป็นทิศที่แสงแดดสามารถเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย  

                2. การสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยีการเลือกวัสดุและพืชพันธ์ (eco-material technology and planting) ในส่วนนี้จะเน้นไปที่วัสดุที่ใช้สร้างบ้านและอาคาร ไม่ใช่ส่วนของการสร้างอาคารโดยตรง ซึ่งการสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้านเทคโนโลยีการเลือกวัสดุและพืชพันธ์นี้ จะเน้นในเรื่องของวัสดุส่วนภูมิทัศน์และพื้นที่บริเวณอื่นๆ เช่น ถนน ทางเดินเท้า ที่จอดรถ ลานหน้าบ้าน เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยชะลออัตราการไหลของน้ำบริเวณผิวดินหรือหน้าดินในกรณีที่ฝนตก (กล่าวคือช่วยลดการสึกก่อนของพื้นผิวและพื้นดิน) ดังนั้นจึงต้องใช้ต้นไม้ในการช่วยลดการสึกกร่อนของพื้นผิวและจะต้องเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ และที่สำคัญต้นไม้ที่เลือกจะต้องไม่ทำลายระบบนิเวศน์ของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งในส่วนของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนี้เจ้าของบ้านอาจทำการปรึกษาสถาปนิก ช่างสวน ผู้เชี่ยวชาญ หรือบริษัทรับสร้างบ้าน เพื่อช่วยเพิ่มการตัดสินใจ

                โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวก็จะสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การปลูกหญ้าบริเวณสนามหญ้า พื้นที่กว้าง หรือที่จอดรถที่อยู่กลางแจ้ง และสามารถรับน้ำฝนได้โดยตรง ซึ่งการปลูกหญ้าจะช่วยให้หน้าดินเกินความชุ่มชื้น เมื่อมีลมพัดผ่านจะพัดความชุ่มชื้นของหน้าดินและทำให้บ้านเย็นสบาย ซึ่งแตกต่างจากการเทคอนกรีตที่จะทำให้พื้นผิวร้อน และจะมีไอความร้อนเข้าบ้านเมื่อมีลมพัดผ่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปลูกหญ้าจะต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ที่มาก เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้นมากจนทะลายระบบนิเวศน์อื่นๆ

                นอกจากการปลูกหญ้าหน้าบ้าน ลานจอดรถหรือพื้นที่ว่างแล้ว เรายังสามารถทำสวนในพื้นที่ที่เหลือจากการอยู่อาศัย ในส่วนของการทำสวนนอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้อากาศเย็นสบายแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุนทรียภาพทำให้ผู้ที่อาศัยภายในบ้านเกิดความสบายใจ ซึ่งการทำสวนสามารถเลือกทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น สวนแบบญี่ปุ่น สวนแบบชาวตะวันตก หรือการทำสวนที่ใช้พืชที่มีอยู่ตามท้องถิ่นหรือพื้นที่ที่เราทำการสร้างบ้าน  เพื่อลดปัญหาการบำรุงรักษา และช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ เนื่องจากสัตว์หลายชนิดต่างอาศัยอยู่บนต้นไม้การทำลายพืชท้องถิ่น และปลูกพืชอื่นทดแทนอาจเป็นการทำลายที่อยู่ของสัตว์บางชนิดด้วย

 #การสร้างบ้าน

ขอขอบคุณ บทความ และ รูปภาพ จาก :http://www.array.co.th/th/ข่าวสาร-โปรโมชั่น/บทความ/247-การสร้างบ้านเพื่อความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (eco-design concept)

                ข้อมูลจาก  ดร. ดำรงศักดิ์  รินชุมภู  เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557