10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ

คุณกำลังปวดหัวเพราะลูกดื้อ และไม่ยอมเรียนหนังสือหรือเปล่า?

เราสงสัยว่าทำไมเด็กบางคนจึงทำตัวดี ตั้งใจเรียน แต่บางคนก็ไม่

สนใจและมารยาทแย่อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่มีส่วนในการหล่อหลอม

ให้เด็กเป็นคนดี แต่พ่อแม่คือส่วนสำคัญที่สุดที่จะกำหนดพฤติกรรมและ

ท่าทีของลูก เรามีเคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีได้ไม่ว่าเด็กจะดื้อรั้น

เกเรแค่ไหน การเปลี่ยนวิธีรับมือก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างที่

คุณอาจคาดไม่ถึง

1. อย่าคิดว่าลูกผิด

เรามักโยงพฤติกรรมของเด็กเข้ากับตัวของเขา เช่น ถ้าเด็กไม่เรียนหนังสือ

เราก็จะเรียกเขาว่าขี้เกียจ การเหมาว่าเด็กเป็นคนไม่ดีโดยตัดสินจากพฤติกรรม

ที่ไม่ดีบางอย่างจะยิ่งทำให้เด็กเชื่อว่าเขาเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆพ่อแม่ที่ดีจะเชื่อ

มั่นว่าลูกเป็นคนดี มีเจตนาดี ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ และเข้าใจว่าพฤติกรรมดื้อรั้น

เกเรเป็นเพียงสิ่งที่สะท้อนออกมาจากความพยายามที่จะให้ได้สิ่งที่ตัวเอง

ต้องการ เราจำเป็นต้องยอมรับในตัวเด็กและค่อย ๆ ให้โอกาสเขาปรับเปลี่ยน

พฤติกรรม

2. เข้าใจมุมมองที่แตกต่างของลูก

คุณต้องเข้าใจว่าเด็กมองโลกต่างจากผู้ใหญ่ พวกเขาพูดคนละภาษากับเรา

คุณอาจจะคิดว่าคุณกำลังให้คำแนะนำแต่เด็กอาจจะเห็นว่าคุณกำลับ่น การ

แสดงความเป็นห่วงในแบบของคุณอาจจะเป็นการบังคับในสายตาของพวก

เขาก็เป็นได้

3. เคารพในความคิดของลูก

ก่อนที่จะเราจะสามารถโน้มน้าวให้ใครสักคนเปลี่ยนทัศนคติและยอมรับคำ

แนะนำได้ เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับมุมมองของเขาเสียก่อน เด็กส่วน

ใหญ่มักเก็บเรื่องหลาย ๆ เรื่องไว้ในใจ ไม่บอกพ่อแม่ และบางครั้งก็แสดง

ท่าทีต่อต้านคำแนะนำและความคิดของพ่อแม่อย่างชัดเจน ถ้าคุณอยากให้

ลูกพูดคุยอย่างเปิดเผย และฟังคุณ คุณต้องสร้างความเชื่อใจเสียก่อน

พยายามใช้ประโยคเช่น “แม่เห็นด้วยว่า…..” “พ่อเข้าใจว่า…..” เมื่อคุย

กับลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าคุณฟังเขา

4. ปรับเปลี่ยนท่าทีและมุมมองของลูกอย่างมีชั้นเชิง

การปรับเปลี่ยนท่าทีและมุมมองของคนโดยไม่ใช้การบีบบังคับถือเป็นศิลปะ

อย่างหนึ่ง เมื่อคุณได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับลูกและทำให้ลูกรู้สึกว่า

คุณเข้าใจเขาแล้ว ลูกจะเริ่มยอมรับสิ่งที่คุณชี้แนะมากขึ้นตัวอย่างเช่น ลูกคุณ

อาจจะบอกว่า “เรียนไปก็เสียเวลาเปล่า!” คุณอาจจะตอบว่า “ใช่ แม่ก็ว่าเรียน

ไปก็เสียเวลาเปล่า ถ้าไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำอะไรและอยากเป็นคนไม่เอาไหนให้

คนอื่นดูถูก”

5. เริ่มจากตัวคุณ

พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยนเพียงฝ่ายเดียว แม้ว่าลูกจะยอม

เปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่เขาจะกลับมาทำตัวเหมือน

เดิม นั่นเป็นเพราะพ่อแม่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองตามนั่นเองพ่อแม่ที่ดีควร

เชื่อว่าตัวเองมีบทบาทสำคัญในการวางกรอบความคิดและพฤติกรรมของลูก 

พ่อแม่เป็นคนรับผิดชอบต่อการกระทำและทัศนคติที่ไม่ดีของลูก เปลี่ยนมุมมอง

ของคุณ รับฟัง และให้กำลังใจในสิ่งที่ลูกทำได้ดีและถูกต้องเพื่อสร้างความ

สัมพันธ์อันดี เมื่อลูกรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาจะรู้จักรับผิดชอบในการกระทำ

ของตัวเองมากขึ้น

6. เปลี่ยนวิธีถ้าไม่ได้ผล

คุณอาจจะพร่ำบ่นเรื่องลูกไม่เรียนหนังสือมาห้าปี แต่ก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น อย่า

เพิ่งคิดโทษตัวเอง แต่ลองมาพิจารณาว่าทำไมวิธีนี้จึงไม่ได้ผล พ่อแม่ที่ประสบ

ความสำเร็จรู้ว่า “ความล้มเหลว” เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ และเป็นก้าวหนึ่งที่

จะนำไปสู่ความสำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาหากวิธีที่คุณใช้อยู่ไม่ได้ผล

สุดท้ายคุณก็จะเจอวิธีที่ใช่เอง

7. รู้จักยืดหยุ่น

ผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้วิธีการสื่อสารแค่หนึ่งหรือสองวิธี นั่นคือการพูดดี ๆ หรือไม่

ก็ใช้น้ำเสียงข่มขู่ เมื่อทั้งสองวิธีนี้ไม่ได้ผล พวกเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ

การจะเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณต้องรู้จักผ่อนปรนและปรับเปลี่ยน

วิธีรับมือให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่รู้จักผ่อนปรนและทำตัวเดา

ง่าย ลูกคุณก็จะกลายเป็นคนคุมเกม และความยืดหยุ่นของเด็ก (โดยเฉพาะเด็ก

เล็ก ๆ ) นี่เองที่ทำให้พวกเขาคุมพ่อแม่ได้อยู่หมัด

8. อย่าคิดว่าตัวเองไม่ดี

เด็ก ๆ มักจำกัดตัวเองโดยการคิดว่า “ฉันแค่ขี้เกียจ” หรือ “ฉันไม่ฉลาดพอ”

ฯลฯ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากความรู้สึกที่ว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุม

อะไรในชีวิตตัวเองได้สักอย่าง พวกเขาเชื่อว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลว

ของพวกเขาขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก ถ้าลูกบอกคุณว่าวิชาคณิตศาสตร์ยาก

และคุณคอยบอกลูกว่ามันง่าย ลูกก็จะรู้สึกว่าคุณไม่สนใจความรู้สึก หรือ

ความคิดของเขา หรือแย่กว่านั้น อาจจะรู้สึกว่าตัวเองโง่ เพราะแก้โจทย์ง่าย ๆ

ไม่ได้

9. สนับสนุนให้ลูกกล้าฝัน

พ่อแม่ที่ดีควรคอยกระตุ้นให้ลูกกล้าที่จะฝัน  ไม่ว่าความฝันนั้นจะหลุดโลกแค่

ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือความฝันจะทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นและกระตุ้นให้พวกเขา

อยากเรียนรู้ ความฝันของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตามอายุ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

เพราะเป้าหมายในชีวิตต้องค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ ช่วยลูกตามหาความฝัน

เพราะนั่นจะทำให้ลูกรู้ทิศทางแล้วเป้าหมายของชีวิตเด็กบางคนอาจไม่รู้ว่าตัว

เองอยากทำอะไร นั่นเป็นเพราะความคิดพวกเขาถูกจำกัดอยู่

10. แนะนำด้วยคำถาม

การบอกให้เด็กทำนู่นทำนี่โดยตรงยิ่งจะทำให้เด็กสร้างกำแพง และไม่เชื่อใน

สิ่งที่คุณพูด การจะทำให้เด็กยอมรับในสิ่งที่คุณแนะนำ คุณควรให้พวกเขาได้

บอกความรู้สึกตัวเอง และชี้แนะหนทางให้เขา เราต้องถามคำถามที่กระตุ้นให้

เด็กคิดถึงผลของการกระทำ เช่น “ลูกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกทำอย่างนั้น?”

“แทนที่จะทำอย่างนั้น ลูกทำอะไรแทนได้บ้าง?”ฯลฯ คำถามปลายเปิดเช่นนี้จะ

สนับสนุนให้เด็กได้รู้จักคิดแก้ปัญหา และสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเขา

เมื่อเขาสามารถแก้ปัญหาได้เอง

ข้อมูลจาก : https://th.theasianparent.com/10-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%

B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB

%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%

B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88/