ภัยเงียบวัยหมดประจำเดือน

เมื่อผู้หญิงเราเข้าสู่วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือที่เรียกกันสั้นๆ แต่บาดใจว่า “วัยทอง” การตรวจภายในเพื่อหามะเร็งปากมดลูก รังไข่ หรือเต้านม ถือเป็นการตรวจยอดฮิตที่ได้รับความนิยม แต่จริงๆ แล้ว ควรทำการตรวจให้ครบรวมไปถึงอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่อาจเป็นภัยเงียบคุกคามผู้หญิงเราแบบไม่รู้ตัวด้วย เพราะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ตั้งแต่มีรอบเดือนไปจนถึงก่อนหมดรอบเดียว ผู้หญิง จะได้รับความคุ้มครองจากฮอร์โมนเพศที่มีชื่อว่า “เอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนช่วยลดการเกิดไขมันสะสมในเลือด ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และเมื่อหมดประจำเดือน โอกาสเสี่ยงต่อก็ยิ่งมากขึ้น นอกจากโรคภายในแล้ว ผู้หญิงในวัยทองยังมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ซึ่งมีผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนี้

•    โรคกระดูกพรุน 
เพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยรักษาสมดุลของแคลเซียมในมวลกระดูก ทำให้กระดูกบางลงทุกปี มีหลายต่อหลายคนที่ต้องทนทรมานจากความเจ็บปวด เนื่องจากความเปราะบางของกระดูกที่ค่อยๆ บางลงอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลให้กระดูกสะโพกหัก แขนหัก หรือขาหัก ซึ่งโรคนี้มักจะไม่ปรากฏอาการอะไรเลย จนเมื่อกระดูกหัก เพื่อป้องกันการเกิดขึ้น ควรตรวจความหนาแน่นของกระดูกทุก 2 ปี

•    โรคหัวใจ 
ช่วงก่อนวัยทอง ผู้หญิงจะไม่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจเลย และมักจะไม่แสดงอาการเท่าไหร่นัก บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรง ไม่น่าเกิดอาการเหล่านี้ แต่กว่าจะรู้ก็อาจจะสายเสียแล้ว กว่าจะรู้(หัวใจ)ก็สายเสียแล้ว อาการที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่อาจเกิดโรคหัวใจนั้น ก็คือ รู้สึกเหนื่อยและเพลียง่าย นอนไม่หลับ หายใจไม่สะดวก ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ จุกเสียท้อง คลื่นไส้อาเจียน และพบมากที่ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไม่มีอาการเจ็บหน้าอกในช่วงที่เส้นเลือดหัวใจเริ่มตีบ 

•    โรคหลอดเลือดสมอง  
เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลต่อระดับไขมัน LDL ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาการเตือนของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองนั้น คือ อาการชา หรืออ่อนแรงครึ่งซีก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็หายเป็นปกติ และอาจมีอาการสับสน พูดลำบาก ปัญหาด้านการมองเห็น เดินไม่ตรง ปวดหัว ทรงตัวไม่ได้ และหากพบแพทย์ช้าก็อาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ หรือสมองวายได้

เมื่อเข้าใจสาเหตุของภัยเงียบเหล่านี้แล้ว ก็ควรเริ่มดูแลตัวเองโดยหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ และควรตรวจสุขภาพทุกปี เพื่อแพทย์จะได้ตรวจพบได้ทันท่วงทีหากมีอาการใดๆ เกิดขึ้น

+++++++++++++++++++

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://www.ladyhealthfirst.com/Article/menopause/th