6 ท่าบริหารดวงตา คลายความเมื่อยล้าเมื่อจ้องจอนาน

  รู้สึกปวดตาเนื่องจากจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ อย่างนี้ต้องบริหารดวงตา คลายความเมื่อยล้าจากการใช้งานอย่างหนักกันหน่อยแล้ว
            
          เหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หนำซ้ำนอกเวลางานก็ตั้งหน้าตั้งตาจิ้มสมาร์ทโฟนไม่ยอมห่าง แน่นอนว่าคงได้เจอกับความเมื่อยล้าสายตาที่มาเยือนคุณอยู่บ่อย ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเราจะหยุดกิจกรรมเหล่านี้ได้ซะทีเดียวจริงไหมคะ แหม..งานก็ยังต้องทำ โซเชียลเน็ตเวิร์กก็เลิกยากนี่นา เว็บไซต์ Rebuild your Vision เขาเลยแนะนำให้ออกกำลังดวงตา คลายความเมื่อยล้าด้วย 6 วิธีต่อไปนี้ ที่การันตีว่าจะช่วยฟื้นฟูดวงตาจากความเมื่อยล้า รวมทั้งอาการปวดตาตุบ ๆ ได้ชะงัด

 

ท่าบริหารดวงตา



 1. ประคบดวงตาด้วยฝ่ามือ
            
          ท่าแรกเริ่มกันง่าย ๆ ในขณะที่คุณนั่งทำงานอยู่ แล้วรู้สึกล้าสายตาขึ้นมาให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างพอให้เกิดความร้อนหน่อย ๆ จากนั้นหลับตา แล้วทำมือเป็นรูปทรงคล้ายถ้วย มาประคบดวงตาทั้งสองข้างทิ้งไว้สักครู่ ให้ไออุ่นจากฝ่ามือคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาที่เครียดเกร็งจากการเพ่งจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ
 

 2. กะพริบตาทุก 4 วินาที
            
          สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเพลียสายตา และทำให้ตาแห้งแสบก็เป็นเพราะเราไม่ยอมกะพริบตานั่นเอง ยิ่งในขณะที่ใช้สมาธิทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตาแห้ง จนต้องเพ่งสายตาทำงานมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้คุณกะพริบตาทุก ๆ 4 วินาที รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมกะพริบตากันด้วยนะจ๊ะ
 

 3. กลอกตาทุก ๆ ชั่วโมง
            
          อีกท่าบริหารสายตาง่าย ๆ เพียงแค่หลับตา แล้วกลอกตาเป็นวงกลมประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ นอกจากจะเป็นการพักเบรกสายตาจากแสงและรังสีของคอมพิวเตอร์แล้ว ท่าบริหารท่านี้ยังเหมือนการนวดดวงตาให้คลายความเกร็งเครียดได้อีกด้วยนะ อ้อ ! แต่ถ้าอยากผ่อนคลายขึ้นอีกขั้น ลองเงยหน้าแล้วหมุนคอเป็นวงกลมด้วยก็จะรู้สึกสบายสุด ๆ ไปเลยจ้า
 

 4. กวาดสายตาระยะไกล

          ในขณะที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และกำลังมีสมาธิเพ่งเนื้อหางานที่ทำอยู่ บางทีเราก็ไม่รู้ตัวว่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้จอมากแค่ไหน ซึ่งการที่เราใช้สายตาในระยะใกล้ ๆ แบบนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พาให้สายตาล้าและเพลียมาก ๆ เช่นกันค่ะ 

          ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ให้คุณช่วยบำรุงสายตาด้วยการถอยห่างออกจากจอคอมพิวเตอร์เท่าที่จะเป็นไปได้ และปรับระยะโฟกัสสายตาด้วยตัวเองบ่อย ๆ โดยวิธีก็แค่ถอยออกไปอยู่หน้าประตูห้อง หรือมุมไหนของห้องก็ได้ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของห้องกว้างที่สุด แล้วกวาดสายตามองสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเป็นแนววงกลม อาจจะไล่มองจากทีวี โซฟา โต๊ะทำงาน หน้าต่าง โมบาย หรืออื่น ๆ เป็นต้น แค่นี้ก็เหมือนได้ยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อตาได้เยอะแล้วล่ะ

 

ท่าบริหารดวงตา



 5. ละสายตาไปมองอย่างอื่นทุกชั่วโมง
            
          การใช้เวลาเพ่งสายตาอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินหนึ่งชั่วโมง ก็ทำให้เกิดความเมื่อยล้าตาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้นอย่างน้อยทุก ๆ 1 ชั่วโมง คุณควรละสายตาจากหน้าจอไปมองอย่างอื่นบ้าง หรือลุกออกไปเดินเล่นสักพัก ถือโอกาสขยับแข้งขาไล่ความปวดเมื่อยไปด้วยซะเลย
 

 6. ซิทอัพดวงตา
            
          ในคราวที่รู้สึกปวดตาจนร้อนกระบอกตาผ่าว ให้คุณหลับตาลงแล้วเหลือบตาขึ้น-ลงสักพัก จากนั้นลืมตาขึ้นแล้วกวาดสายตามองผ่าน ๆ ประมาณ 1 นาที เสร็จแล้วเริ่มยกใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้หลับตาแล้วเหลือบตาไปด้านซ้าย-ขวา ประมาณ 1 นาที จากนั้นลืมตาขึ้น แล้วมองผ่าน ๆ อีกรอบ เว้นระยะห่างสัก 2-3 นาที แล้วเริ่มบริหารตาใหม่อีกครั้ง หรือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
 
          ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราควรต้องทะนุถนอมดูแลให้ดี ซึ่งนอกจากท่าบริหารดวงตาเหล่านี้แล้ว พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนัก ๆ เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี หรือแม้แต่นอนเล่นโทรศัพท์ในที่มืดด้วยนะคะ เพราะพฤติกรรมทำร้ายสายตาอย่างที่ว่ามา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเสี่ยงเกิดความผิดปกติต่อดวงตาได้ง่าย ๆ เชียวล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://health.kapook.com/view89109.html