การปฏิบัติตนเมื่อคิดจะลดนํ้าหนักหรือลดความอ้วน

การมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้ได้
ข้อนี้สำคัญที่สุด คือเรื่องของกำลังใจ และความมุ่งมั่น โดยหากไม่มีข้อนี้แล้ว ยากที่ข้ออื่นๆจะปฎิบัติได้ การเริ่มต้นของการออกกำลังกายควรไม่ให้มีเป้าหมายสูงมากเกินไป ควรตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ และควรมีคนให้กำลังใจข้างๆจะช่วยได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นพี่,น้อง,แฟน,เพื่อน

นึกถึงข้อดีต่างๆ หากเราสามารถลดความอ้วนลงมาได้
มีข้อดีมากมายหากน้ำหนักเราลง เช่น บุคลิกดี จะเป็นที่ดึงดูดใจของเพศตรงข้ามมากขึ้น และสุขภาพดี ทำให้คล่องแคล่วว่องไว และลดสาเหตุในการเกิดโรคต่างๆมากมาย คงไม่ดีแน่ หากชีวิตในบั้นปลายต้องเข้าๆออกๆ โรงพยาบาล จริงไหม?

ขอให้ลดน้ำหนักด้วยทางสายกลาง
อย่าตึงหรือหย่อนเกินไป เช่น ควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ และไม่น้อยมากจนเกินไปจนเกิดอาการโหย หรือ การออกกำลังกายก็เอาแบบพอดีๆ ไม่หักโหม ไม่ต้องทุกวันก็ได้ แต่ขอให้สม่ำเสมอ

ลดน้ำหนักให้ถูกวิธี
อันนี้ก็สำคัญมากๆ ควรจะลดน้ำหนักแบบ สม่ำเสมอ ไม่รีบเกินไป หากลดเร็วเกินไป อาจทำให้ผิวหนังที่น้ำหนักลงเกินไปเหี่ย่วย่นได้ และไม่ควรลดอาหารมื้อเย็นเด็ดขาด เพราะเมื่อหากกลับมากินใหม่ จะเกิดอาการโยโย่ เอฟเฟ็ค จะทำให้ยิ่งอ้วนมากกว่าเดิม และการออกกำลังกาย ก็ให้ใช้วิธีแอโรบิก ไม่ว่าจะ วิ่งจ๊อกกิ้ง, ว่ายน้ำ, เดินเร็ว, เต้นแอโรบิค ส่วนการซิทอัพนั้น แทบจะไม่ได้ผล เพราะเป็นการเพิ่มกล้ามท้อง ไม่ใช่การลดหน้าท้อง แต่ที่เห็นบ้างเมื่อซิทอัพ เป็นเพราะว่ากล้ามขึ้นมาหรือผิวส่วนนั้นกระชับขึ้น แต่ไม่เกี่ยวว่าหน้าท้องลดลง เวลาการกินอาหารก็ต้องกินไม่เกิน 18.00น . หรือต้องกินก่อนเข้านอนอย่างน้อย 4 ชม.

เข้าใจหลักการการเผาผลาญพลังงาน
ข้อนี้สำคัญเช่นกัน อาหารที่กินเข้าไปหากเผาผลาญไม่หมดก็จะถูกเก็บในรูปไขมัน โดยมีระยะเวลาในการใช้พลังงานของมัน เช่น กินข้าว 8.00 น. ร่างกายจะดูดซึมเป็นพลังงานก็อยู่ในช่วง 9.00-12.00 น. เกินจากนี้จะเก็บในรูปแบบไขมัน (เวลานั้นขึ้นกับร่างกายของแต่ละคนด้วย) ฉะนั้นหากกินมื้อแรกมากเกินไป ก็ทำให้อ้วนได้ เพราะร่างกายนำมาใช้ไม่หมด โดยมื้อกลางวันและเย็น ก็หลักการเดียวกัน หากจะทำให้สมบูรณ์แบบคือแบ่งเป็นมื้อย่อยซัก 5 มื้อ แต่กินมื้อเล็กๆ จะช่วยให้ร่ากายใช้พลังงานได้ต่อเนื่องและเราก็ไม่รู้สึกหิว เพราะกินน้อยแต่กินบ่อยๆแทน

อย่ากินเร็วเกินไป
ร่างกายคนเราจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที สัญญาณความอิ่มจะเดินทางไปถึงสมอง หากเรากินช้าจะช่วยให้ไม่ให้กินมากเกินไป และที่สำคัญ การเคี้ยวนานๆจะทำให้เราลิ้มรสชาติอาหารได้นานขึ้น (ไม่เชื่อลองดูครับ) และการเคี้ยวละเอียดๆ จะดีต่อสุขภาพด้วยเพราะลดภาระระบบย่อยอาหารในร่างกายเรา

หากเป็นไปได้ ให้เพิ่มกล้ามเนื้อ
หากคุณเพิ่มกล้ามเนื้อได้ จะช่วยให้ระบบร่างกายใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึงนัก แต่จริงๆแล้วเป็นหลักวิชาการพื้นฐาน ไม่ได้แปลกอะไรเลย โดยทฤษฎีแล้วกล้ามชิ้นใหญ่จะใช้พลังงานมากกว่า นั่นคือกล้ามหน้าอก,กล้ามขาช่วงบน,กล้ามหลัง, โดยผู้ชายผมแนะนำให้เล่นกล้ามหน้าอก,และกล้ามแขน หากขาเล็กให้เล่นกล้ามขาไปด้วยเลย อันนี้คือเอาแค่มีกล้ามเพื่อช่วยใช้พลังงาน + รูปร่างดีขึ้นนิดนึงนะ คือแนะนำพื้นฐานไป ถ้าอยากเล่นส่วนอื่นๆเพื่อให้เท่ห์ ก็คงต้องหาข้อมูลเพิ่มนะไม่ยากหรอก ส่วนผู้หญิงก็เล่นกล้ามส่วนสะโพก,ต้นขา ก็ได้จะได้ให้หุ่นดูดี

ให้รางวัลกับตัวเองด้วย
โดยหากทำได้ตามเป้าหมายระยะสั้นๆ ก็ให้กินอะไรที่อยากกินบ้าง เช่นหากชอบหมูกระทะ ก็กินได้บ้างนะ สัปดาห์ละหน เป็นต้น

ใช้เทคนิคแปลกๆที่ได้ผล
เช่น หากอยากกินอะไร ก็อมน้ำยาบ้วนปากซักทีนึงหรือหนีไปแปรงฟัน รับรองว่าหายอยากแน่นอน

ขอขอบคุณ www.shape.in.th