สร้างทรัพย์สินเตรียมเกษียณด้วยการปลูกป่าพะยูง

 

ก่อนอื่นผมขอชี้แจงที่มาของความคิดของผมนิดหนึ่งว่า

  1. ผมเป็นพนักงานประจำ อายุประมาณ 40 ปี เหลือเวลาทำงานในบริษัทประมาณ 20 ปี
  2. มีเงินเก็บไม่มาก (น้อยเลยหละ) และไม่ได้มีความมั่นใจว่า หลังเกษียณ จะมีเงินใช้ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

   โดยมีสมมติฐานว่า หาผมมีชีวิตได้ถึงอายุ 80 ปี แสดงว่าผมต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไม่มีรายได้ 20 ปี

ประมาณการค่าใช้จ่ายใช้แบบประหยัดๆหน่อยสัก เดือนละ 30,000 บาท x 12 เดือน x 20 ปี ต้องใช้เงิน 7,200,000 บาท 

จึงได้เริ่มศึกษาด้านการเงินการลงทุนว่า ทำอย่างไรจึงจะมีเงิน 7.2 ล้านบาท ในอีก 20 ปีข้างหน้า มันมีหลายวิธีครับ แต่ที่จะนำเสนอนี้ ผมยอมรับว่าผมยังทำได้ไม่ถึงตรงจุดนั้น ผมก็เพิ่งเริ่ม และสิ่งที่ผมจะแชร์นี้ เป็นเพียงแผนงาน หรือ Business plan เท่านั้น แผนงานที่ว่านี้คือ วางแผนปลูกต้นไม้มูลค่าสูง บนเนื้อที่ 1 ไร่ โดยสิ่งที่เราต้องมีตอนเริ่มต้นคือ

  1. ที่ดินขนาด 1 ไร่ เลือกที่ดินดีๆหน่อย ราคาไร่ละ 350,000 บาท
  2. ค่าต้นพันธุ์ ถ้าทุกท่านพอจำได้ ในบทความที่ผมแชร์ไว้ ถ้าเป็นต้นพะยูง จะปลูกได้ถี่ในระยะ 2x2 เมตร 1 ไร่จะปลูกได้ถึง 400 ต้น ราคาต้นพันธุ์ประมาณ 5-10 บาท ตีว่าคิดที่ราคาสูงหน่อย ต้นละ 10 บาท ใช้เงิน 4,000 บาท
  3. ค่าจ้างคนปลูก สมมติ ใช้ 2 คน ค่าแรงวันละ 400 บาท/คน ใช้เวลาปลูก 10 วัน เป็นเงิน 8,000 บาท
  4. ค่าวางระบบน้ำในสวน  1 ไร่ เหมาๆไม่น่าเกิน 100,000 บาท
  5. ค่าจ้างคนคุมงาน ดูแลงานแทนเราในช่วงแรก จนถึงต้นยืนได้ สักเดือนละ 5,000 บาท 6 เดือน ใช้เงิน 30,000 บาท

       รวมเงินทุนที่ต้องใช้ในการเซตอัพสวนป่า ประมาณ 492,000 บาท ตีว่าไม่น่าเกิน 500,000 บาท และแน่นอน 5 แสนบาทนี้ ผมกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ของบริษัท ผ่อนกันยาวๆ 10 ปี ลดต้นลดดอก ผ่อนเดือนละประมาณ 6,000 บาท(คิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 7.5%ต่อปี) รวมเป็นเงินที่ผมจ่ายทั้งสิ้นหลังผ่อนหมดแล้ว 712,210.80 บาท ประมาณการค่าใช้จ่ายอื่นๆตลอดระยะเวลา 20 ปีนี้อีกประมาณ เกือบ 30% ตัดเป็นต้นทุนทั้งสิ้น กลมๆที่ 1 ล้านบาท

ประมาณการรายรับ หลังผ่านไป 20 ปี ต้นไม้ 400 ต้น คิดเสียว่า เสียหายสัก 25% เหลือ 300 ต้น 

ต้นพะยูงอายุ 20 ปีจะมีวอลุ่มประมาณ 0.5 ล.บ.เมตร 300 ต้น เท่ากับ 150 ล.บ.เมตร ราคาขายขั้นต่ำ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ ล.บ.เมตรละ 2 แสนบาท เอาว่าถ้าราคาตกมาครึ่งหนึ่งที่ ล.บ.เมตรละ 1 แสนบาท ต้นไม้ของเรามีมูลค่า 15 ล้านบาท

จากตัวเลขข้างต้น เป็นการประมาณการที่เน้นด้านสูงไว้สำหรับต้นทุน เน้นต่ำๆไว้สำหรับได้รายได้ สำหรับผม มันเป็นการสร้างทรัพย์สินที่คุ้มค่าในการลงทุน เพราะหลังจากผ่านไป 20 ปี มูลค่าที่ดินก็เพิ่มสูงขึ้น

และเมื่อต้นไม้ตก การดูแลก็น้อยลงด้วย ผมตั้งใจว่าจะหาบ้านน็อคดาวน์ไปปลูกไว้สักหลัง เพื่อจะได้ไปดูเขาได้สัก เดือนละครับ หรือ 2 เดือนครั้ง

สุดท้าย ผมเขียนบทความนี้จากความเห็นส่วนตัวล้วนๆ นำมาแชร์ให้เพื่อนๆเผื่อจะไปไอเดีย และขอย้ำว่า การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง และแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน บางคนรับได้มาก บางคนรับได้น้อย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีแผนงาน ผมเห็นว่ามันคุ้ม ที่จะนั่งศึกษาวางแผนงาน และดำเนินการตามแผนงานที่เราวางไว้  


Keywords :