เป็นหนี้แบบสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้รวย!!!

          เมื่อก่อนสมัยผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ได้เงินเดือน 14,600 บาท วันทำสัญญาเข้าทำงาน บริษัทเขามีสวัสดิการ สหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงาน โดยให้เราเลือกว่าเราจะฝากเงิน หรือที่เรียกว่าซื้อหุ้น เดือนละเท่าไรก็ได้ สม่ำเสมอทุกๆเดือน แต่รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ผมและเพื่อนๆส่วนใหญ่ เขียนลงในช่องจำนวนเงิน 500 บาทบ้าง 1,000 บาทบ้าง ในใจผมคิดว่า อะไรกัน ยังไม่ทันให้เงินเดือนเดือนแรกเลย ชวนหักเงินเสียละ แต่มีเพื่อนที่เข้ามาทำงานรุ่นเดียวกันคนหนึ่ง (สมัยนั้นเขารับเข้าทำงานเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 10 กว่าคน) เขาบอกเขาฝากเดือนละ 10,000 บาท และพยายามชวนคนอื่นให้ทำเช่นเดียวกับเขาด้วย แต่ไม่มีใครเห็นด้วย ผมเองก็เช่นกัน ตอนเรียนก็ขอเงินพ่อแม่ใช้เดือนละ 4-5 พัน ยังใช้ไม่ค่อยจะพอ ตอนนี้ทำงานได้เป็นหมื่น ขอใช้ให้สะใจหน่อย

          ก็คงไม่ต้องเดานะครับ เพื่อนคนนั้นมีเงินเก็บ ลาออกไปเปิดกิจการส่วนตัวได้ในเวลาไม่นาน เรียกว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว ก็เคยถามเขาว่า ทำไมถึงกล้าเก็บเงินเยอะขนาดนั้น ไม่กลัวใช้เงินไม่พอเหรอ เขาตอบง่ายๆว่า ตอนเข้าทำงานใหม่ๆ ภาระก็ไม่มี หนี้ก็ไม่มี โอทีก็มีให้ทำ แล้วจะรีบใช้เงินไปทำไม ตอนเรียน 4-5 พันยังใช้พอ แล้วตอนนี้จะใช้ 4-5 พันไปอีกสัก 10 เดือนจะเป็นไรไป เพราะหลังจากนั้นสิ่งที่จะได้คือเงินปันผลที่สูงสุดในเพดานผลตอบแทน

          ผมเกริ่นมานานเพื่อให้ทุกท่านเห็นว่า การคิดต่างจากคนอื่นๆ ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี หนังสือพัฒนาตัวเองบางเล่มถึงขนาดกล่าวว่า คนส่วนใหญ่มักจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จใจชีวิต อย่าทำอะไรตามคนอื่น เช่น ถ้าเห็นคนอื่นพากันเลี้ยวซ้าย ให้คุณเลี้ยวขวาเลย มีโอกาสถูกมากกว่าผิด

         เรื่องที่ผมจะพูดถึงวันนี้ก็เช่นกัน คนส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นหนี้ วันนี้ผมจะชวนท่านมาเป็นหนี้กันครับ การเป็นหนี้มองได้หลายแบบ ถ้าหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้จากการผ่อน J-Phone X (โทรศัพท์ราคาสูง) อันนี้เรียกหนี้ แต่ถ้าหนี้ที่ทำให้มีกระแสเงินสดเป็นบวก อันนี้เรียกลงทุนด้วยเครดิต (เรื่องกระแสเงินสด ย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนๆได้นะครับ) ลงทุนด้วยเครดิตที่จะพูดถึงนี้ ผมจะแชร์ไอเดียเรื่องการลงทุนใน คอนโดเพื่อการลงทุน 

การลงทุนในคอนโดมี 3 ประเภท คือ

         1. ลงทุนในคอนโดพรีเซล (Pre-sale)

          คือการซื้อคอนโดตั้งแต่เปิดโครงการ คือยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งโดยปกติแล้ว โครงการที่เปิดใหม่ เขาจะให้ลูกค้าสามารถซื้อได้เลยตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยจะได้ราคาที่ถูกมาก เหตุผลที่เขายอมขายราคาพิเศษเพราะว่า เขาก็ต้องการเงินทุนส่วนหนึ่ง และเพื่อให้แน่ใจว่า สร้างแล้วมีคนซื้อแน่ๆ  ถ้ามีคนซื้อตอนพรีเซลเยอะ ก็จะได้ความน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้าอื่นๆมั่นใจในโครงการอีกด้วย

ยกตัวอย่างการลงทุนเช่น คอนโดพรีเซลราคา 1,000,000 บาท กู้เพื่อผ่อนดาวน์(ส่วนใหญ๋กู้กับโครงการ) เดือนละ  4,000 บาท ผ่อน 2 ปี ใช้เงิน 96,000 บาท

         เมื่อคอนโดสร้างเสร็จขายราคา 1.6-2.0 ล้านบาท ได้กำไร 6 แสน-1ล้านบาท เป็นอย่างน้อย

    ข้อดี  1. ได้ราคาที่ถูกมาก

             2. ถือครองระยะสั้น สามารถขายใบจอง เพื่อทำกำไรได้เลย อาจใช้เวลาแค่ 6 เดือน - 1 ปี

  ข้อเสีย 1. มีความเสี่ยงเรื่องโครงการล้ม ซึ่งต้องศึกษาเรื่องความเป็นมืออาชีพของโครงการให้ดี

             2. เมื่อต้องการขาย จะได้ราคาเท่ากับ หรือต่ำกว่าราคาของโครงการ

             3. ต้องใช้เงินลงทุนในช่วงแรกในการผ่อนดาวน์

      2. ลงทุนในคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว

      ซื้อคอนโดสร้างเสร็จแล้ว ปล่อยเช่า หรือให้โครงการบริหารการเช่าให้

       กู้ธนาคารซื้อคอนโดราคา 1.5 ล้านบาท ผ่อนธนาคารเดือนละ  10,000 บาท ปล่อยเช่าได้อย่างน้อยเดือนละ 18,000 บาท ได้กระแสเงินสดบวก 8,000 บาทต่อเดือน ถือครอง 5 ปี ได้กำไร 480,000 บาท แล้วขายทำกำไร จะได้กำไรอีกประมาณ 500,000 บาท รวมได้กำไรประมาณ 1 ล้านบาท ใช้เงินลงทุน 0 บาท

     ข้อดี  1. ไม่ต้องใช้เงินลงทุน

              2. ไม่มีความเสียงเรื่องโครงการล้ม 

              3. สามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินจากการปล่อยเช่า

   ข้อเสีย 1. หากถือครองน้อยกว่า 5 ปี เมื่อเปลี่ยนมือจะเสียภาษีเยอะ

              2. ความเสี่ยงในการหาผู้เช่า ซึ่งสามารถแก้ได้หากโครงการนั้นมีการการันตีรายได้ และมีบริษัทคอย บริหารการเช่าให้

 

   3. ลงทุนในคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว ได้กำไรตั้งแต่ซื้อ

        * คอนโดราคา 1.5 ล้าน กู้ 2 ล้าน เหลือเงิน 5 แสน

        * ผ่อนเดือนละ  14,000 บาท/เดือน

        * ปล่อยเช่าเดือนละ 18,000 บาท/เดือน

        * เหลือเงิน 4,000 บาท/เดือน

        * ถือครอง 5 ปี ได้เงินค้าเช่า 240,000 บาท

        * ขายปีที่ 6 เหลือส่วนต่างประมาณ 260,000 บาท

                  รวมได้กำไร 1 ล้านบาท ลงทุน 0 บาท

       ข้อดี 1. ไม่ต้องใช้เงินลงทุน

              2. ไม่มีความเสี่ยงเรื่องโครงการล้ม

              3.  สามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินจากการปล่อยเช่า

              4. สามารถดึงกำไรในอนาคตมาเพิ่มโอกาสในการลงทุนอื่นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้จบรอบการลงทุน

     ข้อเสีย 1. หากถือครองน้อยกว่า 5 ปี เมื่อเปลี่ยนมือจะเสียภาษีเยอะ

               2. ความเสี่ยงในการหาผู้เช่า ซึ่งสามารถแก้ได้หากโครงการนั้นมีการการันตีรายได้ และมีบริษัทคอย บริหารการเช่าให้

 

ทั้ง 3 แบบ เป็นการใช้เครดิตมาลงทุน หรือเรียกได้ว่า เป็นหนี้อย่างสร้างสรรค์ หนี้ที่เกิดขึ้นสามารถสร้างกระแสเงินสดเป็นบวก หรือที่เรียกว่าทรัพย์สินให้คุณได้ ไม่ใช่ เป็นหนี้เพื่อหาโทรศัพท์เท่ๆ หรือกระเป๋าแบรนด์ดัง 

 

คำเตือน : การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลโดยละเอียดก่อนการลงทุน หาท่านต้องการคำปรึกษาในการลงทุนคอนโด  Admin ยินดีให้คำปรึกษา แชร์ข้อมูลครับ สามารถติดต่อได้ทาง 

Line ID : @investmentcondo