ห้ามตายถ้ายังไม่ได้ไปดู? ชวนส่อง 20 แหล่งท่องเที่ยวสุดแซ่บที่ต้องไปให้ได้!

1. แอนเทอโลป แคนยอน, สหรัฐอเมริกา

แอนเทอโลปแคนยอน เป็นแคนยอนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชม และถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในบริเวณเขตอินเดียนแดงนาวาโฮ ในเมืองเพจ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา แคนยอนแห่งนี้เกิดจาก ในอดีตมีน้ำท่วมพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยหินทราย เมื่อนานวันเข้าก็ถูกกัดเซาะจนเกิดคลื่นริ้วสวยงามตามพื้นผิวอย่างที่เห็น

แคนยอนสวยงาม

2. เกาะพีพี, ประเทศไทย

เกาะพีพีตั้งอยู่ระหว่างเกาะภูเก็ตและแผ่นดินใหญ่ทางตะวันตกของชายฝั่งทะเลอันดามัน ที่นี่มีชายหาดสุดคลาสสิกให้เดินย่ำ เต็มไปด้วยโขดหินสวยงาม น้ำทะเลใส ท้องฟ้าสีครามสดสวย เป็นสวรรค์ของนักเดินทางตัวจริง

เกาะพีพีบ้านเรา ก็ติดอันดับนะ

ทะเลสวย น้ำใส

3. ซานโตรินี่, กรีซ

ซานโตรินี เป็นเมืองที่นักเดินทางทั่วโลกต่างกล่าวขวัญถึง ถือเป็นเมืองบนเกาะที่น่าสนใจที่สุดในแถบทะเลอีเจียน ที่นี่มีความหลากหลายของภูมิทัศน์ที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟชายหาดสีเทาและสีแดง หมู่บ้านสีขาวพราวระเบียงมองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามา หากมาที่นี่คุณสามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าหายไปในดงป่าผืนใหญ่ บอกได้คำเดียวว่ามหัศจรรย์เกินจะพรรณนา

มุมสวยๆอีกมุม

หมู่บ้านสีฟ้าขาวน่ารัก

4. มัลดีฟส์

มัลดีฟส์ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ของแนวหินปะการังในมหาสมุทรอินเดีย แค่ข้ามเส้นศูนย์สูตรของโลกมาเท่านั้น ประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นจากเกาะแก่งมากมายถึง 1,190 เกาะ รายล้อมไปด้วยแนวปะการัง 26 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ 90,000 ตารางกิโลเมตร 

จุดเด่นที่ไม่มีเหมือนใครคือ มัลดีฟส์มีทะเลสีฟ้าสดใสทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีผืนทรายขาวสะอาดเนียนนุ่ม โอบล้อมไปด้วยต้นปาล์ม และยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยชนพื้นเมืองที่อยู่อาศัยมาช้านาน ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการผ่อนคลายอย่างแท้จริง คุณจะได้นั่งชิลชิลบนชายหาดพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ และอาจต้องประหลาดใจไม่น้อย เมื่อพบว่าขณะที่นั่งเล่น คุณก็สามารถมองเห็นปลาหลากหลายชนิดดำผุดดำว่ายอยู่ในปะการังใกล้ๆ เพียงไม่กี่ฟุต 

ชายหาดขาวละเอียดนุ่ม

5. มาชู ปิกชู, เปรู

มาชูปิกชู เป็นยอดเขาที่สูงถึง 2,430 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในช่วงกลางของป่าภูเขาเขตร้อน ว่ากันว่าที่นี่คือแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของอาณาจักรอินคา ในเมืองนี้รายล้อมไปด้วยกำแพงยักษ์ ระเบียง และทางลาด ที่ดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจตัดแต่งภูเขาทั้งลูกให้ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบนี้ 

เมืองอารยธรรมโบราณ

6. กำแพงเมืองจีน, ประเทศจีน

กำแพงเมืองจีนซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1987 ตัวกำแพงนี้ทอดยาวยิ่งใหญ่อลังการประมาณ 8,851.8 กิโลเมตร จนดูเหมือนเป็นมังกรที่กำลังนอนทอดตัวยาวไปตามหุบเขา แม้ตอนนี้จะมีบางส่วนที่บุบสลายกลายเป็นซากปรักหักพังไปบ้างตามกาลเวลา แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

กำแพงเมืองจีนทอดยาวตามไหล่เขา

7. ไอซ์แลนด์

ที่นี่เป็นแห่งเดียวในโลกที่คุณจะได้พบกับความงดงามระหว่างความร้อนใต้พิภพและน้ำแข็ง ที่ผสานกลมกลืนได้อย่างลงตัว จนก่อเกิดทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างคาดไม่ถึง พื้นที่ของไอซ์แลนด์บางส่วนเต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อน ที่ยังคงพุ่งความร้อนขึ้นมาบนผิวโลกอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่เมื่อถึงฤดูหนาวที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง นับว่าเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครจริงๆ

ธารน้ำแข็ง

ธรรมชาติสรรสร้างงดงามราวภาพวาด

8. เกาะโบรา โบรา 

โบราโบราเป็นเกาะภูเขาไฟที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลเมื่อ 3 ล้านปีมาแล้ว ดังนั้น พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น แนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก สัตว์ทะเลหายากต่างๆ เช่น กระเบน ฉลาม ปลาเขตร้อนสีสันสดใสนานาพันธุ์ เกาะแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพายเรือแคนู หรือลงเรือดำน้ำเพื่อสำรวจธรรมชาติใต้ทะเล รวมถึงเดินเล่นบนชายหาดที่กว้างและทอดยาวรอบเกาะ

นี่ก็ทะเลสวยอีกแห่ง

9. เดอะเวฟ แอริโซนา, สหรัฐอเมริกา

ที่นี่ก็เป็นภูเขาหินทรายที่น่าสนใจอีกแห่งในสหรัฐอเมริกา เดอะเวฟตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนรัฐแอริโซนาและยูทาห์บนที่ราบ Coyote Buttes ในเขตที่ราบสูงโคโลราโด ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักปีนเขาและผู้รักการถ่ายภาพ ลวดลายและสีสันจัดจ้านของหินทรายสวยงามเหมือนกับมีจิตกรมาลงสีวาดเส้นสายที่เหมือนริบบิ้นเหล่านี้ไว้

ริ้วคลื่นเหมือนริบบิ้น

10. เมืองเพตรา, จอร์แดน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเมืองเพตราถึงได้เป็นเมืองที่ถูกยกย่องให้เป็นเมืองควรค่าแก่การเดินทางมาเยือน เพราะที่นี่เป็นเมืองโบราณที่สวยงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีการแกะสลักหินและดินจนกลายเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่อลังการ โดยช่างชาวอาหรับที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่มานานกว่า 2,000 ปี 

ยิ่งใหญ่ อลังการงานแกะสลัก

11. ถ้ำคริสตัล, เม็กซิโก

เหมือง Naica ของชาวเม็กซิกันแห่งนี้ เป็นเหมืองขุดแร่ที่เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการเก็บผลึก selenite ถ้ำคริสตัลเป็นถ้ำลึกเข้าไปประมาณ 1,000 ฟุต เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบห้องถ้ำเล็กๆ แบ่งกระจายตัวอยู่ทั่วไป พื้นผิวด้านล่างของถ้ำเป็นหินปูน แต่ละห้องถ้ำก็จะได้ชมผลึกแร่ selenite สีขาวๆ อยู่เต็มไปหมด

ถ้ำแร่ธาตุ

12. โมเรนเลค, แคนาดา

โมเรน เลค เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีความกว้างของเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 14 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff) ประเทศแคนาดา น้ำในทะเลสาบจะยังไม่เต็มขอบตลิ่งจนกว่าจะถึงปลายเดือนมิถุนายน และเมื่อน้ำเต็มตลิ่ง ที่นี่ก็จะกลายเป็นเหมือนกระจกแผ่นใหญ่ที่สะท้อนเฉดสีที่แตกต่างของท้องฟ้าที่เกิดจากการหักเหของแสง คุณจะได้เห็นแสงสีของท้องฟ้าผ่านผืนน้ำที่สวยงามจนลืมไม่ลง

น้ำสีฟ้าคราม

13. แกรนด์ แคนยอน, สหรัฐอเมริกา

แกรนด์แคนยอนเป็นหุบเขาสูงชันที่ผ่านการกัดเซาะจากแม่น้ำโคโรลาโด ตั้งอยู่ที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ภูมิทัศน์ที่นี่สวยงามจนต้องตะลึง ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมจำนวนมาก

ลวดลายจากการกัดเซาะของแม่น้ำบนภูเขาหินทราย

14. เบอรี่ เฮด อาร์ค, แคนาดา

เบอรี่ เฮด อาร์ค เป็นสะพานหินธรรมชาติอันน่าทึ่ง และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ในประเทศแคนาดา โดยสะพานหินแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของเมืองเซนต์จอห์นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ ถ้าอยากจะขึ้นไปชมความงามด้านบน ที่นี่มีเส้นทางปีนเขาเส้นทางเดียวในระยะทาง 4.75 ไมล์ ถ้าขึ้นไปถึงยอดด้านบนก็จะได้พบกับทิวทัศน์ที่น่าอัศจรรย์ใจ

ช่องหินสวย

15. อนุสาวรีย์สวนหินทราย, สหรัฐอเมริกา

อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นพื้นที่ของที่ราบสูงโคโลราโด โดดเด่นด้วยกลุ่มของหินทรายที่กินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล โดยภูเขาหินที่สูงที่สุดสูงถึง 1,000 ฟุต (300 เมตร) ด้วยทัศนียภาพความสวยงามอันเวิ้งว้างแบบนี้ ทำให้แต่ละปีมีทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์มาใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฉากภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง รวมถึงนิตยสารท่องเที่ยวต่างๆ ก็มักนำเสนอที่นี่ด้วยเช่นกัน

เวิ้งว้างอันงดงาม

16. พลิตไวซ์, โครเอเชีย

ทะเลสาบพลิตไวซ์ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลิก้า รีเจียน ของประเทศโครเอเชีย สิ่งที่น่าทึ่งคือ ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ประกอบไปด้วยน้ำตกลดหลั่นกันลงมากว่า 16 ชั้น ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งถูกคั่นด้วยสันเขื่อนดินธรรมชาติหลายเขื่อน ที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีกคือสีสันของน้ำตกในแต่ละเขื่อนมีสีต่างกัน เช่น สีเขียวมรกต สีเทา และสีฟ้าคราม ขึ้นอยู่กับแร่ธาตุในทะเลสาบในแต่ละเขื่อนและแสงที่หักเห ทำให้เห็นเป็นสีที่ต่างกัน

ทะเลสาบน้ำตก

17. หินไพรเคสสโตเลน, นอร์เวย์

แท่งหินสูงแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมานอร์เวย์ได้อย่างล้นหลาม ที่นี่เป็นหน้าผาหินสูงถึง 604 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองโฟร์แซน ประเทศนอร์เวย์ ที่ด้านบนสุดของหน้าผาหินเป็นที่ราบรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีพื้นที่ 25x25 ตารางเมตร รองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบปีนผาแล้วขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านบนได้จำนวนมาก

แท่งหินสูง

18. ปามุคคาเล, ตุรกี

ปามุคคาเล หรือ ปราสาทปุยฝ้าย ตั้งอยู่ในเมืองปามุคคาเล จังหวัดเดนิซลี ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศตุรกี ที่นี่เป็นเนินเขาสีขาวของหินปูน มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 160 เมตร เกิดจากน้ำพุร้อนที่ตกตะกอนไปด้วยสารแคลเซียมคาร์บอเนต ที่นี่ถูกเลือกให้เป็นมรดกโลกด้วยนะ

ขาวโพลน

19. เกาะโซโคตรา, เยเมน

เกาะโซโคตรา เป็นหนึ่งในเกาะที่ผุดขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่ถือเป็นอัญมณีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพแห่งเดียว ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ด้วยความพิเศษทางธรณีวิทยา สภาพอากาศที่ร้อน และความแห้งแล้ง เป็นสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมที่ก่อเกิดพืชและต้นไม้สายพันธุ์แปลกตาชนิดต่างๆ มากมาย ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้น มีนักพฤกษศาสตร์สำรวจพบว่าที่นี่มีสายพันธุ์พืชที่พบเฉพาะพื้นที่แห่งนี้แห่งเดียวในโลกอยู่ 307 สายพันธุ์ จากพืชทั้งหมด 825 สายพันธุ์บนเกาะ

พันธุ์ไม้แปลกหนึ่งเดียวในโลก

20. ถ้ำหินอ่อน ทะเลสาบการ์เรร่า, ชายแดนชิลี

ถ้ำหินอ่อนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชายแดนประเทศอาร์เจนตินาและชิลี ที่นี่เป็นถ้ำชนิดถ้ำน้ำ มีทะเลสาบอยู่ภายในถ้ำ ความโดดเด่นของที่นี่คือน้ำในทะเลสาบมีสีสด สะท้อนแสงระยิบระยับสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ มีทั้งสีเขียวมรกต สีเขียวขุ่น สีฟ้าคราม สีน้ำเงิน อีกอย่างคือภายในถ้ำมีหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ทอดยาวกว่า 300 เมตร เป็นที่เที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งหนึ่งของโลก

ถ้ำน้ำมหัศจรรย์

 

CRD : http://www.thairath.co.th/content/485265