มาถ่ายรูปแมวกันเถอะ!...

หลักการถ่ายเจ้านายหน้าขนให้สวยถูกใจ ใครมีเจ้าเหมียวที่บ้าน ลองอ่านกันดูครับ

.........บทความรอบนี้จะมาในแนวสัตว์โลกน่ารักนิดนึง นั่นก็คือเรื่องการถ่ายเจ้าเหมียวนั่นเอง จริงๆตอนแรกเรากะจะเขียนเกี่ยวกับสุนัขด้วยแหละ แต่หลังจากไปวิ่งไล่ถ่ายสุนัขอยู่นานหลายสิบนาทีก็พบว่าเอาแค่เรื่องแมวก่อนดีกว่า ถ่ายสุนัขมันเหนื่อย จะเล่นอยู่ได้ เป็นบ้าเหรอ 5555

สิ่งที่แนะนำให้พกไปถ่ายแมวมี

  1. กล้อง+เลนส์ (ช่วงเลนส์แล้วแต่ลักษณะนิสัยของแมว)
  2. ของล่อแมว เช่นของเล่น หรือขนม
  3. ผู้ช่วย (ถ้ามีจะเป็นประโยชน์มาก)
  4. ความอดทน

การถ่ายเจ้าเหมียวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ไม่ยากเกินพยายาม เราจะพูดแนะแนวทางให้เป็นข้อๆไปนะครับ


1.อย่าบังคับเจ้าเหมียว

แมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ ชั้นจะเดินไปตรงนั้น ชั้นจะนอนตรงนี้ ชั้นจะกระโดดขึ้นไปเลียขนบนโน้น ชั้นจะอยู่ในกล่องตรงนี้ คือนึกอยากทำบ้าไรก็ทำ เพราะฉะนั้นอย่าไปวุ่นวายกับเค้าครับ ให้เค้าคิดเอง ทำอะไรเอง เพราะนี่คือธรรมชาติของแมว เราแค่เรียนรู้ธรรมชาติของเค้า ปล่อยให้เค้าทำอะไรที่เค้าชอบ เค้าจะมองเราในแง่ดีขึ้น ถ้าเราไปบังคับให้เค้าทำโน่นทำนี่ เดี๋ยวจับอุ้มมาถ่ายรูป เดี๋ยวลากไปไหนมาไหน เค้านอนอยู่ก็ไปปลุกเค้ามาเล่น เค้าไม่ชอบหรอกครับ สุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแมวจะแย่ ทำให้การถ่ายรูปยากขึ้นไปอีก

ปกติแล้วเจ้าเหมียวเป็นสัตว์ที่ถ้าไม่มีอะไรแปลกปลอม มันก็ชอบที่จะอยู่นิ่งๆครับ บ้างก็นอนเฉยๆ บ้างก็เลียขน ทำให้เราสามารถเอากล้องไปถ่ายได้ เว้นแต่เราจะเป็นสิ่งแปลกปลอมซะเอง


2.ทำความรู้จักกับเค้า

แมวแต่ละตัวมีระดับของกำแพงในใจที่ต่างกันครับ แต่ยิ่งสนิทก็ยิ่งเข้าใกล้ได้มากขึ้น ยิ่งเรารู้ว่าเค้ามีนิสัยยังไงหรือเป็นมิตรกับเราแค่ไหนก็จะทำให้เรารู้ข้อจำกัดในการถ่ายแมวตัวนั้นๆ อย่างเช่นแมวบางตัวเมื่อเข้าไปถ่ายใกล้ๆจะชอบเบือนหน้าหนี เรื่องนี้ก็จะส่งผลต่อช่วงเลนส์ที่เราต้องใช้ด้วย

ก่อนจะเข้าสู่หัวข้อถัดไป เราไปทำความรู้จักแมวทั้งสี่ตัวที่จะมาเป็นนางแบบ-นายแบบในบทความนี้กันก่อนครับ

ชีต้า

ชีต้าเป็นแมวเหมียวพันธุ์ Scottish Fold สีเทา หูพับ เพศเมีย รูปร่างผอม อายุเพียง5เดือน นิสัยขี้กลัว ตื่นตระหนก เข้าหาได้ยากมาก เป็นแมวที่ว่องไว เคลื่อนไหวตลอดเวลา จับต้องไม่ได้ยกเว้นเจ้าของเพียงผู้เดียว ทำให้ช่วงเลนส์ที่เหมาะกับชีต้าควรมีทางยาวโฟกัส 50mm ขึ้นไป

ชีต้าเป็นแมวเด็กที่ถูกล่อลวงได้ง่าย มีความฉงนกับทุกสิ่งรอบตัว ใช้ของเดิมๆล่อซ้ำล่อซากเค้าก็ไม่รู้จักเบื่อ ชอบหนีมนุษย์แค่ไหนแต่ถ้าใช้ของล่อเค้าก็วิ่งมาหาอยู่ดี ชีต้าเป็นแมวที่ไม่ชินกับเสียงชัตเตอร์ ถ้าได้ยินเสียงชัตเตอร์เค้าจะตกใจมากๆ ดังนั้นกล้องที่มีฟังก์ชั่น Silent Shutter จึงเป็นกล้องที่เหมาะกับชีต้า

เจ้าของชีต้าคือน้องดรีม นักร้องเสียงโซปราโน สมาชิกวงสวนพลูคอรัส หนึ่งในวงประสานเสียงชื่อดังที่สุดของประเทศไทย

มะไฝ

มะไฝเป็นแมวรูปร่างท้วม เพศเมีย พันธุ์อะไรไม่รู้เนื่องจากมันเป็นแมวที่ถูกเจ้าของที่เป็นคนงานก่อสร้างทอดทิ้ง เจ้าของคนปัจจุบันจึงเก็บมันมาเลี้ยง อายุ4ปี ลักษณะของมันคือตัวสีขาว มีลายดำบนหัว ที่ขาหลัง และหาง มะไฝมีจุดสังเกตเป็นจุดสีดำลักษณะคล้ายไฝที่อยู่ตรงแก้ม(นี่เป็นเหตุผลที่มันชื่อมะไฝ) มะไฝเป็นแมวที่เข้ากับคนแปลกหน้าได้ แต่ก็มีกำแพงในใจระดับปานกลาง มะไฝค่อนข้างติดบ้าน ไม่ชอบออกไปข้างนอกเท่าไหร่ มะไฝมีนิสัยชอบเข้ามาพันแข้งพันขา ชอบดมนิ้ว ถ้าพยายามเล่นด้วยเค้าจะหนี เมื่อเราไม่สนใจเค้าจะมาหา ถ้าโดนเกาตรงคอสักพักมะไฝจะอยู่นิ่งๆและหลับ แต่ถ้าเกาตรงอื่นมะไฝจะข่วนและวิ่งหนีไป

มะไฝไม่ใช่แมวที่กลัวกล้องและเสียงชัตเตอร์ ทำให้มะไฝเป็นแมวที่ถ่ายรูปได้ไม่ยาก เลนส์แทบทุกช่วงเหมาะกับมะไฝ แต่มะไฝเป็นแมวที่ห้ามอุ้มเด็ดขาด เพราะเค้าจะหงุดหงิดมาก ดังนั้นอยู่ใกล้ๆแบบมีระยะห่างนิดนึงจะดีที่สุด มะไฝเป็นแมวที่ล่อได้ แต่เค้าจะให้ความสนใจต่อสิ่งที่เราล่อเพียงไม่นานนัก

เจ้าของมะไฝคือพี่แพท จาก Don’t Panic Bkk โปรดักชั่นผลิตเอ็มวีภาพสวยๆอย่างเช่นเพลง อยากรู้ — Plastic Plastic และเป็นหนึ่งในเบื้องหลังเพจไวรัลเจ๊จูวัสดุก่อสร้างที่ดังพลุแตกชั่วข้ามคืน

เจคอบ

เจคอบเป็นแมวตาบอดเพศผู้ อายุ3ปี ถูกพบตอนมันนอนอยู่ข้างถนนในสภาพที่ลูกตาหลุดออกมาจากเบ้า ขาเป็นแผล หลังเป็นแผล ไม่รู้โดนอะไรมา แต่แทบจะไม่รอดชีวิตแล้ว โชคดีที่ได้คนพาไปรักษาจนหายดีและนำมาเลี้ยงดูเหมือนลูกรัก เจคอบเป็นแมวที่ชอบเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ช่วงเลนส์ที่เหมาะกับเค้าอาจจะต้อง wide นิดนึง เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพหลุดโฟกัสมากเกินไป

นอกจากมีนิสัยชอบเดินไปเดินมาตลอดเวลา เจคอบยังเป็นแมวที่ล่อยากอีกด้วย เพราะเค้ามักจะไม่สนใจสิ่งเร้าอะไรเลย ไม่รู้ว่าไม่สนใจหรือจริงๆเค้ามองไม่เห็น

เจ้าของเจคอบคือ คุณฝน กัลยารัตน์ หมอดูไพ่และเลขมงคลที่มีเหล่าคนใหญ่คนโตแห่ใช้บริการกันมากมาย

ตูลูส

ตูลูสเป็นแมวเหมียวพันธุ์ Scottish Fold อายุ2ปี สีเทา หูตั้ง เพศผู้ ตัวอ้วนกลม เค้าเป็นแมวที่จะนอนนิ่งๆหากอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าพาออกไปข้างนอกเค้าจะเดินไปเดินมาตลอดเวลา นิสัยของเค้าคือชอบมองออกนอกหน้าต่าง ตูลูสค่อนข้างตื่นเสียงชัตเตอร์ ดังนั้นกล้องที่มี Silent Shutter จึงเหมาะกับตูลูส

บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ล่อตูลูสได้เลยนอกจากขนมครับ ทุกครั้งที่เอาขนมมาล่อ เค้าจะรีบมาหาอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเอาขนมออกไป ตูลูสก็จะหันไปสนใจสิ่งอื่นโดยทันทีเช่นกัน ตูลูสเป็นแมวที่จับวางจัดท่าได้ เพราะเค้าค่อนข้างที่จะยอมให้ ตูลูสไม่มีนิสัยก้าวร้าว ไม่ขู่ ไม่ข่วน ไม่กัดหากรู้สึกรำคาญ

เจ้าของตูลูสคือพี่คริสซี่ Project Manager ของ HUBBA-TO co-working space แหล่งรวมธุรกิจ Start up หลากหลายรูปแบบในไทย


3.เลือกเลนส์ให้ถูก

แนะนำแมวกันไปแล้ว ทีนี้เราก็มาดูว่าเลนส์อะไรถึงจะเหมาะถ่ายเจ้าเหมียว แมวบางตัวเข้าใกล้ได้ เราก็สามารถใช้เลนส์ช่วงWideยาวไปจนNormalถ่ายได้สบายๆครับ (ช่วง16mm ยาวไปจนถึง 50mm) แต่แมวบางตัวเข้าใกล้ไม่ได้ เราก็จำเป็นจะต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้ซูมแอบถ่าย(เลนส์ซูมระยะไกลๆ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและอารมณ์ของน้องๆ


4.จัดคอมโพสให้เร็ว

สำหรับแมวบางตัว ถ้าเราโผล่หน้าไปถ่ายเลยโดยไม่คิดว่าจะจัดคอมโพสยังไงเนี่ย ภาพอาจจะดูขาดๆเกินๆและสื่อความหมายเปลี่ยนไปได้ แมวไม่ได้เหมือนคนที่บอกให้ไปยืนตรงไหนก็ไป เค้ามีความคิดของเค้า อยากจะเดินไปไหนมาไหนเอง ดังนั้นเราขอแนะนำว่าควรคิดก่อนเลยว่าจะเอาภาพบริเวณไหน และอยากจะให้เค้าอยู่ตรงไหนของเฟรม คิดให้เร็ว ระหว่างคิด นิ้วต้องพร้อมที่ปุ่มชัตเตอร์ตลอดเวลานะครับ

การจัดคอมโพสก็ใช้หลักการทั่วๆไปครับ หลักๆเลยคือใช้จุดตัด9ช่องที่หลายๆคนคุ้นเคย วางแมวไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งของจุดตัดทั้ง4ในภาพ ภาพจะได้ดูไม่น่าเบื่อ ถ้าแมวมองไปทางไหน พยายามให้สายตาของแมวมองไปยังพื้นที่ว่างของภาพ ภาพจะได้ไม่ดูเทไปทางใดทางหนึ่ง

จับให้แมวอยู่ใกล้ๆจุดตัด ภาพจะได้ไม่น่าเบื่อนะครับ

นิสัยของแมวที่แตกต่างกันอาจจะเหมาะกับคอมโพสภาพที่แตกต่างกันออกไปครับ แมวขี้เกียจอาจจะเหมาะอยู่เต็มเฟรมเพื่อสื่อถึงความอ้วนวันๆไม่ทำอะไรของมัน ส่วนแมวขี้กลัวก็อาจจะถูกจัดให้ดูมีขนาดเล็กในเฟรมเพื่อสื่อถึงความกว้างใหญ่ของโลกที่มันต้องเผชิญ

ด้วยความที่ชีต้าเป็นแมวจิ๋วขี้กลัว เข้าถึงยาก เราจึงจัดคอมโพสในจังหวะที่ชีต้ากำลังซ่อนตัว(จากเรา 55555) เผื่อพื้นที่ด้านซ้ายเยอะๆให้ชีต้าดูตัวเล็ก และมองออกไปในพื้นที่ว่าง เพื่อสื่อถึงนิสัยเฉพาะตัวของมัน

ชีต้ากำลังหลบ

เวลาจัดคอมโพส ถ้าแมวทอดสายตาไปในทิศทางไหน หรือกำลังวิ่งมุ่งหน้าไปทางไหน ให้เหลือพื้นที่ตรงนั้นไว้เยอะหน่อยนะครับ การเว้นพื้นที่ว่างแบบนี้จะทำให้ภาพไม่ดูเทไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งจนเกินไป

มาถึงคิวมะไฝกันบ้าง มะไฝเป็นแมวที่ค่อนข้างยอมให้ถ่ายอยู่แล้ว ทำให้เรามีเวลาในการคิดคอมโพส อย่างภาพนี้สื่อถึงนิสัยชอบพันแข้งพันขาของมะไฝได้ด้วย

ส่วนเจคอบเป็นแมวที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้การจัดคอมโพสต้องรวดเร็วเป็นพิเศษ ถ้ามีแมวแบบนี้ พยายามมองก่อนเลยนะครับว่าแมวกำลังจะเดินไปในทิศทางไหน แล้วพยายามเอากล้องไปรอจัดคอมโพสให้ทัน

มาถึงตูลูสบ้าง ถึงแม้ตูลูสจะชอบเคลื่อนไหวตลอดเหมือนเจคอบ แต่เค้าเป็นแมวที่มักจะมีโมเม้นที่มองออกข้างนอกหน้าต่างครับ ทำให้เล่นกับคอมโพส ณ เวลานี้ได้ง่าย

การคิดคอมโพส ต้องไวครับ แต่เป็นเรื่องยากที่อยู่ๆแมวจะมาอยู่ในคอมโพซิชั่นที่เราต้องการ ดังนั้นเราจะไปพูดถึงหัวข้อต่อไป นั่นก็คือการดึงดูดความสนใจ


5.ดึงดูดความสนใจ

แมวกับความขี้สงสัยเป็นของคู่กันครับ เป็นสัตว์ที่ถูกล่อลวงได้ง่าย ให้เราพยายามล่อลวงเค้าด้วยของเล่น หรือเครื่องบรรณาการ(ขนม) เพื่อให้เค้าอยู่ในคอมโพสที่เราต้องการหรือเพื่อให้เค้ามองไปในทิศทางที่เราอยากได้ ถ้ามีผู้ช่วยคอยล่อจะทำให้การจัดคอมโพสเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก แต่อย่าใช้ของล่อบ่อยจนเกร่อนะ ใช้ของเล่นบ่อยๆแมวอาจจะเบื่อได้ หรือหากใช้ขนมล่อบ่อยๆเค้าก็อาจจะเสียนิสัย

การล่อลวงเฉยๆอาจจะดูง่าย แต่การจะล่อไปด้วยถ่ายไปด้วยเนี่ยเป็นเรื่องยากครับ เพราะแมวเค้ามักจะมองสิ่งที่เราล่อแทนที่จะมองกล้อง พยายามสื่อสารกับผู้ช่วยให้ดี ว่าจะล่อเค้าให้ไปอยู่ตรงไหน หรือมองไปทิศทางไหน เพราะโอกาสมีไม่มาก แถมใช้เวลาล่อมากไปแมวก็เบื่อ

เวลาเราล่อ ถ้าไม่อยากให้ในภาพติดของเล่นหรือขนมในภาพด้วยเนี่ย ให้เราสื่อสารกับผู้ช่วยของเราดีๆ ให้ผู้ช่วยของเราดึงอาหารหรือของเล่นออกไปในทิศทางที่เราต้องการให้สายตาของแมวมองตาม จากนั้นให้รีบกดชัตเตอร์ให้เร็วเลยนะ

ยกตัวอย่างเช่นภาพนี้ที่ถ่ายชีต้า เพื่อให้ได้คอมโพสที่เราคิดเอาไว้ในใจ เราจำเป็นต้องล่อเค้า2สเต็ป สเต็ปแรกคือให้ผู้ช่วยใช้ของเล่นหนูล่อให้เค้าไปอยู่บนเตียง

ล่อให้เค้าขึ้นไปก่อน

สเต็ปต่อมาก็คือการล่อเค้าด้วยของเล่นหนูอีกที แต่รอบนี้เราขอให้ผู้ช่วยล่อเค้าในบริเวณด้านหลังของกล้อง เพื่อให้สายตาของเค้ามองมาทางกล้องครับ

ตอนนี้ของเล่นหนูอยู่ด้านหลังตากล้อง

หากแมวไม่สนใจของเล่น อาจต้องล่อด้วยเครื่องบรรณาการ ไม้ตายนี้ยังไงเค้าก็เดินมาหา แต่อย่าใช้บ่อยเว้นแต่จำเป็นจริงๆนะครับ เดี๋ยวเค้าเสียนิสัย


6.ถ่ายตอนกำลังนอน/ผ่อนคลาย

ถึงแม้แมวจะเป็นสัตว์ที่ถ่ายยาก แต่พอถึงระยะเวลานึงเค้าก็ต้องนอนครับ ให้เราสบโอกาสตอนเค้ากำลังรู้สึกผ่อนคลายนี่แหละ ได้ภาพแน่นอน

เจคอบเป็นแมวที่ต้องใช้วิธีนี้ครับ เพราะล่อก็ไม่มา แถมขยับตัวบ่อย การรอเวลาให้เค้ารู้สึกRelaxกับพื้นที่โดยรอบก่อนแล้วเอากล้องเข้าไปถ่ายจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ไม่เหนื่อย

เจคอบกำลังนอนสบายๆ


7.ถ่ายให้รัว

การถ่ายแมว โอกาสที่ภาพจะเสียมีสูงมาก ดังนั้นถ่ายรัวๆไปเถอะ ใช้ Drive Mode > Continuous Shooting แล้วเลือกที่ดีที่สุดมาภาพนึง อย่าไปรู้สึกไปเปลืองเม็มมาก ถ่ายได้ก็ลบได้ เสียดายโมเม้นที่เราถ่ายไม่ได้ดีกว่า


8.เข้าใจการตั้งค่ากล้อง

เบสิกเรื่องความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ISO ต้องมีนะครับ บาลานซ์แสงให้ถูก โดยปกติเวลาเราถ่ายแมว ถ้าแมวกำลังตื่นแต่ว่าอยู่กับที่ ความเร็วชัตเตอร์ขั้นต่ำที่เราใช้คือประมาณ 1/125 วินาที บางทีที่ 1/125 แมวนั่งเลียขนเฉยๆก็ไม่รอดแล้วนะ ถ้าแมวหลับนิ่งจริงๆถึงจะปรับให้ลงไปต่ำถึง 1/60–1/80 ได้ หากถ้าแมวกำลังเดินหรือวิ่ง โน่นเลยครับ ต้อง 1/320–1/640 วินาทีหรือเร็วกว่านั้น

ส่วนรูรับแสง หลักจะคล้ายๆการถ่ายคนนั่นแหละครับ เปิดรูรับแสงกว้างหน่อย แต่ข้อควรระวังคือ แมวเป็นSubjectที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นมันจึงเบลอจุดนอกโฟกัสได้เยอะกว่าการถ่ายคน ทำให้หลุดโฟกัสได้ง่าย ดังนั้นถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องเปิดรูรับแสงกว้างเกินไปนะครับ

ISOก็ชดเชยให้พอดีครับ น่าจะต้องดันให้สูงขึ้นพอประมาณเพราะความเร็วชัตเตอร์เราค่อนข้างเร็ว แต่ถ้ามีปัจจัยเรื่องแสงน้อยด้วยก็พาออกไปเจอแดดแทนดีกว่า


9.อัญเชิญไปในที่ที่มีแสงสว่าง

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างติดบ้าน ทำให้สภาวะแวดล้อมที่เราถ่ายมักจะเป็นในบ้าน ซึ่งจะส่งผลกับปริมาณแสงที่เข้ามาในภาพ ถ้าเป็นไปได้ก็ล่อเค้าออกไปในที่ที่แสงเยอะหน่อย ถ้าเขาไม่เคยชินกับOutdoor ก็อาจต้องเปิดหน้าต่าง ม่าน หรือใช้ไฟช่วย

หมายเหตุ: สภาพแสงมีผลกับขนาดลูกตาของแมวนะครับ เค้ามักจะเบิ่งตากว้างหากอยู่ในที่แสงน้อย และหรี่ตาหากอยู่ในที่แสงสว่างมากๆ ถ้าอยากได้ฟีลแบ๊วๆคงต้องบังแสงด้วยม่านนิดนึง


10.อย่ายิงแฟลช!

ถึงจะแสงไม่พอแต่แฟลชนี่ไม่ควรนะครับ มันจะทำให้สัตว์ตื่นกลัวได้ ถ้าจะใช้แฟลชก็อย่ายิงบ่อยนักเลยครับ สงสารเค้า


11.โฟกัสให้เข้า

หากเค้าอยู่นิ่งๆ หลักก็เหมือนการถ่ายPortraitครับ เน้นโฟกัสไปที่ตา ตาชัด แปลว่าภาพชัด เว้นแต่เราอยากโฟกัสจมูก เท้า หาง หรืออะไรก็ว่าไป

พยายามโฟกัสให้เข้าตา

แต่ถ้าเราจะถ่ายตอนเค้ากำลังเคลื่อนไหว หากใช้กล้องที่มีระบบโฟกัสดี ให้ตั้งระบบโฟกัสเป็นแบบต่อเนื่อง(Continuous Autofocus) จะช่วยได้เยอะ แต่ถ้าคิดว่าให้กล้องช่วยโฟกัสคงให้ไม่ทันแน่ๆ ให้ลองตั้งจุดโฟกัสไว้ตรงกลาง หากมั่นใจในฝีมือตัวเองมากๆ ก็หมุนมือปรับโฟกัสเอาเลยก็ได้


12.ถ้ากล้องปิดเสียงชัตเตอร์ได้ ปิดด้วย

แมวที่ตื่นเสียงชัตเตอร์มีเยอะครับ สำรวจจากการเจอเองรวมถึงคนอื่นๆที่เลี้ยงแมวนี่แหละ ดังนั้นถ้ากล้องมีโหมด Silent Shutter ก็ใช้ซะ จะเป็นประโยชน์มากๆ

ชีต้าหลังจากได้ยินเสียงชัตเตอร์ ก็จะรักษาระยะห่างกับเราแบบนี้เลย

กลัวเสียงชัตเตอร์ หนีไปไกลมาก!


13.อย่าพาแมวไปถ่ายในบรรยากาศที่เค้าไม่คุ้นเคย

เราไม่ค่อยเห็นเจ้าของแมวพาแมวออกมาเดินเล่นถ่ายรูปกันหรอกครับ เพราะแมวบ้านส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ของมันเอง ไม่ค่อยออกไปแรดที่ไหน นานๆทีพอพาออกไปข้างนอก เจอบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยก็จะกลัว ตกใจง่าย หรืออาจจะกระโดดหนีหายไปเลยก็ได้ เว้นแต่เจ้าของจะพาออกไปเที่ยวบ่อยๆ แมวก็จะคุ้นชินกับการเจอโลกภายนอกมากขึ้น

หากว่าจะพาแมวออกไปถ่ายข้างนอกจริงๆ ให้จับเค้าใส่ตะกร้าแมวครับ ป้องกันสัตว์ชนิดอื่นอย่างเช่นสุนัข(หรือแมวแปลกหน้า) ถ้าจะพาเค้าออกจากตะกร้ามาเดินถ่ายรูปเล่น หากเค้าเป็นแมวเรียบร้อยก็ไม่ต้องทำไร แต่ถ้าซนมากก็ใส่สายจูงให้เค้าด้วย อย่าไปแคร์คนอื่นครับ ใครจะว่าเราบ้าใส่สายจูงให้แมวก็เรื่องของเค้า แมวเรา เราต้องเป็นคนดูแลครับ ถ้าเค้ากระโดดหนีหายไป เค้าดูแลตัวเองไม่ได้ สุดท้ายคนที่เสียใจก็คือเรานะ


สรุป

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถ่ายรูปค่อนข้างยาก แต่ถ้าเราเข้าใจนิสัยส่วนตัวของเค้าบวกกับมีความเข้าใจเรื่องการถ่ายภาพ เราก็สามารถที่จะถ่ายได้ครับ อย่าลืมว่าความอดทนเป็นสิ่งที่ต้องมีติดไว้เสมอ อย่าไปหงุดหงิดใส่เค้าเวลาที่ไม่ได้ภาพ เค้าเป็นแมว เค้าไม่รู้เรื่องครับ

ขอบคุณน้องดรีม&ชีต้า พี่แพท&มะไฝ พี่ฝน&เจคอบ และพี่คริสซี่&ตูลูสด้วยนะครับ ขอบคุณเจ้าของแมวทุกคนที่ให้โอกาสไปถ่ายแมว และขอบคุณแมวทุกตัวที่ให้และไม่ให้ความร่วมมือ ยังไงก็ขอให้เติบโตไปเป็นแมวที่ดีนะจ๊ะ....

   

ชีต้า

มะไฝ

เจคอบ

ตูลูส

สำหรับบทความเรื่องการถ่ายแมวก็จบลงเท่านี้ครับ แล้วส่งรูปเจ้าเหมียวมาอวดกันครับ... ขอบคุณที่ติดตามกันเน้อ ไปละ บ๊ายบาย

        Cr.@torcnn


Keywords :