วิธีขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านง่าย

วิธีขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านง่าย

บ้าน 1 ในปัจจัย 4 ที่จำเป็นของมนุษย์ เป็นความฝันของมนุษย์ทุกคนที่อยากมีบ้าน หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังอยากมีบ้าน และต้องการขอสินเชื่อธนาคารเพื่อนำมาสร้างบ้าน เรามี 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้และเตรียมตัว ให้ขอสินเชื่อผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

ขั้นตอนที่ 1 เช็คสวัสดิการหรือโปรโมชั่นที่มีอยู่

ตรวจสอบสวัสดิการจากหน่วยงาน หรือบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ว่ามีให้หรือไหม่ เพราะเนื่องจากลูกค้าสวัสดิการมักจะได้รับสิทธิพิเศษนอกเหนือจากลูกค้าทั่วไปของธนาคาร เช่น ได้รับวงเงินสินเชื่อที่มากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไปที่มีเงินเดือนที่เท่ากัน อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านที่ถูกกว่า เป็นต้น หรือในบางสถาบันการเงินก็มีโปรโมชั่นสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่พนักงาน ที่ประกอบอาชีพเฉพาะทาง เช่น วิศวกร แพทย์ สถาปนิก ข้าราชการตุลาการหรืออัยการ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2 ประเมินความสามารถในการชำระหนี้เบื้องต้น

สำหรับผู้มีรายได้เป็นพนักงานเงินเดือน ข่าวดีก็คือ โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติให้สินเชื่อค่อนข้างง่าย กว่าผู้ประกอบอาชีพอิสระ เนื่องจากมีแหล่งรายได้ที่แน่นอนและตรวจสอบได้ง่าย หลักการของการอนุมัติเงินกู้สินเชื่อที่ธนาคารคำนวณคือ ผู้กู้จะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ให้แก่ธนาคาร โดยคิดจากรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือนเมื่อหักจากภาระหนี้สินที่มี เช่น ค่าผ่อนบ้านหลังอื่น หรือคอนโดที่กู้ไปก่อนหน้านี้ ค่างวดรถยนต์ เป็นต้น เมื่อคำนวณแล้วจะต้องมีเงินคงเหลือให้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสัดส่วนที่ต่างกันในแต่ละธนาคาร ส่วนมากมักจะเป็นสัดส่วน 80:20 หรือ 70:30 หรือบางธนาคารก็คิดสัดส่วนที่ 100% ก็มี

ตัวอย่างเช่น คุณเอ มีรายได้จากเงินเดือน 30,000 บาท มีภาระต้องผ่อนชำระค่างวดรถยนต์เดือนละ 2,000 บาท

วิธีการคำนวณ กรณีคิดสัดส่วน 80: 20 คุณเอมีรายได้ 30,000 บาท ธนาคารจะประเมินว่าคุณควรมีเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 6,000 บาท (20%ของเงินเดือน) และมีส่วนที่ต้องแบ่งไปชำระภาระค่าใช้จ่าย 24,000 บาท (80% ของเงินเดือน) ซึ่งคุณเอมีภาระที่ต้องผ่อนรถยนต์ไปแล้ว 2,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นความสามารถในการที่จะชำระหนี้ของคุณเอ คือ 22,000 บาท

หลังจากนั้น ธนาคารก็จะนำเงินจำนวนนี้ไปคำนวณอนุมัติวงเงิน ยิ่งภาระหนี้สินที่มีมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง วงเงินที่จะได้รับอนุมัติก็จะน้อยลงด้วยตาม

ส่วนท่านที่ไม่ได้ทำงานประจำ เช่น ทำงานฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายทั่วไป ต้องยอมรับว่าการอนุมัติจะมีหลักเกณฑ์ค่อนข้างมากหน่อย เมื่อเทียบกับผู้มีรายได้ประจำ เนื่องจากรายได้ของท่านไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ไม่ได้เลย ข้อดีของผู้เสียภาษีถูกต้องมาแล้ว ธนาคารจะขอดูเอกสารที่ใช้ในการยื่นเพื่อเสียภาษีของท่าน ได้แก่ ภงด. 90/ 91 และเอกสารหลักฐานประกอบการแสดงในการยื่นเสียภาษีแทนใบสลิปเงินเดือนได้เหมือนกัน

หากคำนวณแล้วเห็นว่าจำนวนวงเงินที่จะอนุมัติไม่เพียงพอ ทางแก้ของผู้ที่ต้องการกู้เงินในวงเงินที่สูงมากขึ้น อาจจะใช้วิธีการหาผู้อื่นเข้ามากู้ร่วมกับท่าน ก็จะเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ให้เพิ่มมากขึ้นได้

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานะประวัติการชำระหนี้กับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)

เนื่องจากก่อนที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่ออนุมัติให้ลูกค้ารายใด ก็จะต้องตรวจสอบประวัติการชำระเงินกับเครดิตบูโร ว่าลูกค้ารายนั้นมีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร ถ้าประวัติการชำระหนี้ของท่านตรงตามกำหนดเวลา ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อผ่าน แต่หากมีประวัติการค้างชำระอยู่บ้างก็ไม่ต้องตกใจ เพราะบางธนาคารจะพิจารณาย้อนหลังเพียง 1 ปีเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมเอกสารตามที่ธนาคารกำหนด พร้อมสำเนาสัญญาถูกต้อง

ส่วนใหญ่แล้วแต่ละธนาคารก็มักจะขอเอกสารสำคัญ ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบเปลี่ยน ชื่อ สกุล (หากมี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ และของคู่สมรสของผู้กู้ (กรณีที่มีคู่สมรส)
  • สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (หากมี) หรือใบมรณะบัตรของคู่สมรส (หากมี)
  • ใบรับรองเงินเดือนพร้อมสลิปเงินเดือนฉบับจริง (ตามแต่เงื่อนไขของธนาคาร)
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน
  • สำเนาสัญญาซื้อขาย
  • อื่น ๆ ตามแต่เงื่อนไขของธนาคารแต่ละที่

หลังจากที่ท่านยื่นขออนุมัติกับธนาคารแล้ว ไม่ใช่ว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอนุมัติได้เลยทันที ธนาคารจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบประวัติกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งขาติ จำกัด (เครดิตบูโร)ก่อน และต้องใช้เวลาดำเนินการภายในเพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้ท่านอีกด้วย แนะนำให้เตรียมเอกสารตัวจริงไปด้วย หากธนาคารเรียกดูจะได้ไม่เสียเวลากลับมาอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นเอกสารขออนุมัติสินเชื่อกับธนาคาร

เมื่อท่านดำเนินการตามขั้นตอนผ่านมาจนถึงขั้นตอนสุดท้ายนี้แล้ว ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อของท่านหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลพินิจของธนาคารเอง ซึ่งขอให้มั่นใจได้เลยว่าหากท่านทำตามขั้นตอนข้างต้นมาทั้งหมดแล้ว แถมมีประวัติเครดิตดี ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวลใจ เพราะท่านได้แสดงให้ธนาคารเห็นถึงความสามารถของการชำระหนี้ของท่าน และสร้างความเชื่อมันใจแก่ธนาคารแล้ว ว่าเมื่ออนุมัติสินเชื่อให้แล้ว ท่านจะสามารถชำระเงินได้อย่างครบถ้วน ตรงเวลา อย่างแน่นอน ซึ่งธนาคารเองก็พร้อมจะต้อนรับลูกค้าชั้นดีแบบท่านแน่นอน

เพียง 5 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านี้ การขออนุมัติสินเชื่อบ้านก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เตรียมตัวเป็นเจ้าของบ้าน หรือคอนโดหลังใหม่ได้เลย