สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมสำหรับผู้มีรายได้น้อย

สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมสำหรับผู้มีรายได้น้อย

               

                กองทุนประกันสังคม คือกองทุนที่ให้หลักประกันแก่ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ด้านสุขภาพ ความปลอดภัยและชีวอนามัย และสิทธิขั้นพื้นฐานทั่วไปที่พึงได้รับ ในส่วนของลูกจ้างที่มีรายได้น้อย เมื่อหักจากรายจ่ายแล้วก็แทบจะเงินเหลือจากรายได้เลย ถ้าหากลูกจ้างเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยไข้ หรือต้องคลอดบุตร ลูกจ้างก็อาจจะไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี และลูกจ้างที่มีสุขภาพที่ดี ก็จะสามารถทำงานให้นายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายจ้างจึงควรมีส่วนช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพชีวิตความเป็นอยู่ของลูกจ้างบ้าง จึงเป็นที่มาของการเกิดระบบกองทุนประกันสังคมขึ้น สำหรับการหักเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ลูกจ้างในฐานะผู้ประกันตนจะถูกหักเงินเดือน 5% ของค่าจ้าง นายจ้างจะสมทบให้ในอัตราที่เท่ากัน
 

สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากกองทุนประกันสังคม ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้มีรายได้น้อย
 

กรณีเจ็บป่วย ได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตามบัตรรับรองสิทธิ และหากต้องมีการหยุดพักงานที่ทำให้ไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง จะได้รับเงินทดแทนจากการที่ขาดรายได้ดังกล่าวด้วย 50 % แต่ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง และไม่เกิน 180 วันต่อปี เว้นแต่เป็นการเจ็บป่วยเรื้อรัง

กรณีรักษาทันตกรรม ถ้าเป็นการถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนหรือผ่าฟันคุด ท่านจะได้รับสิทธิในค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาทต่อปี แต่หากเป็นการใส่ฟันเทียมจะได้รับค่าบริการในวงเงินที่เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1,500 บาทภายในระยะเวลา  5 ปี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

กรณีคลอดบุตร หากผู้ประกันตนเป็นหญิงสามารถคลอดบุตรที่โรงพยาบาลใดก็ได้ โดยจะได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย เป็นเงิน 13,000 บาท และยังได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรอีกในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน หากผู้ประกันตนเป็นชาย ก็ได้รับเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 13,000 บาทเช่นเดียวกัน แต่จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติม

กรณีทุพพลภาพ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ตามระดับความรุนแรงของทุพพลภาพ หากเป็นความสูญเสียที่รุนแรง จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้อัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันตลอดชีวิต ถ้าเป็นความสูญเสียที่ไม่รุนแรง โดยวัดจากว่าไม่สามารถประกอบงานตามปกติได้จนทำให้รายได้ลดลงจากเดิม จะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากส่วนที่ลดลง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 เดือน ส่วนความสูญเสียที่ไม่รุนแรงในระดับที่ไม่อาจประกอบงานตามปกติและงานอื่นได้ ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถประกอบการงานได้แต่ไม่เกิน 180 เดือน

กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพตามระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบ ถ้าจ่ายครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตราร้อยละ 20 ของค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมขึ้นอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน

กรณีสงเคราะห์บุตร ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรคนละ 200 บาท กรณีที่มีบุตรไม่เกินอายุ 6 ปี โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะมอบให้ครั้งละไม่เกิน 2 คน

กรณีตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์ตามจำนวนปีที่จ่ายเงินสมทบ

เมื่อพิจารณาถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากกองทุนประกันสังคมแล้ว การหักเงินประกันสังคมจากเงินเดือน เพียงนิดหน่อยในแต่ละเดือน สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตให้เพิ่มมากขึ้น แม้ในตอนนี้ท่านอาจจะยังไม่เห็นคุณค่ามากนัก แต่เมื่อวันใดท่านเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ หรือชราภาพหลังวัยเกษียณ แล้วท่านจะทราบว่าเงินที่จ่ายไปให้กับกองทุนประกันสังคมน้อยมาก และคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะได้รับ


Keywords :