ติดแบล็คลิสทำไงดี

ติดแบล็คลิสทำไงดี
 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า แบล็คลิส ไม่มีในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือรู้จักกันสั้น ๆ ว่า เครดิตบูโร เอ๊ะแล้วทำไมเราถึงมักได้ยินว่าถ้าไม่จ่ายจะขึ้นแบล็คลิสนะ
 

                คนทั่วไปมักเรียกกันติดปากว่าติดแบล็คลิส ในความเป็นจริงแล้วคำว่าแบล็คลิสเกิดจากการที่ ธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ ใช้เรียกกันเองในการประเมินว่า ควรจะให้สินเชื่อกับลูกค้ารายใดหรือไม่ ในทางปฏิบัติธนาคารหรือสถาบันการเงินจะยื่นเรื่องเพื่อขอเข้ามาตรวจสอบประวัติสถานะการชำระเงินกับเครดิตบูโร
 

หากลูกค้ารายนั้นมีประวัติดี ในทะเบียนประวัติก็จะบันทึกว่า ไม่ค้างชำระ แต่ถ้าเดือนใดลูกค้ารายนั้นไม่ได้ชำระเงิน ก็จะบันทึกไว้ว่า ค้างชำระ เครดิตบูโรไม่ได้มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่สถาบันการเงินว่าลูกค้ารายนั้น ควรให้สินเชื่อหรือไม่ แต่อยู่ที่การพิจารณาและดุลพินิจของธนาคารนั้น ๆ เอง
 

                ด้วยเหตุนี้ในการให้สินเชื่อหรือไม่ แม้ว่าจะมีประวัติค้างชำระก็ตาม สถาบันการเงินก็อาจจะให้สินเชื่อแก่ท่านก็ได้ เพียงแต่ว่าในปัจจุบันแทบจะไม่มีระเบียบของสถาบันการเงินรายใด ที่ยินยอมที่จะอนุมัติให้กับบุคคลที่ค้างชำระ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการที่สินเชื่อนั้นจะกลายเป็นหนี้สูญได้
 

ทีนี้พอประวัติเราค้างชำระในเดือนนั้นแล้ว จะแก้ไขยังไง
 

ต้องทราบก่อนว่า สำหรับเดือนที่ถูกบันทึกประวัติว่า “ค้างชำระ” ไปแล้วที่ศูนย์ข้อมูลเครดิตบูโร จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือลบล้างข้อมูลได้ แม้ท่านจะได้มีการชำระเงินกับธนาคารแล้วก็ตาม เพราะเป็นหน้าที่ ที่เครดิตบูโรจำเป็นต้องให้บริการแก่สถาบันการเงินทั้งหลาย ที่เป็นสมาชิกกับเครดิตบูโรตามความจริง ดังนั้นหากมีบุคคลมาแอบอ้างว่าสามารถลบล้างข้อมูลให้ท่านได้ ขอให้ท่านเข้าใจว่าไม่สามารถทำได้และอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด
 

แต่อย่างไรก็ตามผลของประวัติของท่านจะคงปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของระบบเครดิตบูโรเช่นนี้เป็นเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น และหลังจากนั้นข้อมูลของการใช้งานในเดือนถัดไปก็จะมาปรากฏแทนอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลที่แสดงว่าค้างชำระนั้นก็จะถูกลบล้างออกจากระบบเครดิตบูโรโดยปริยาย
 

                สิ่งที่ท่านทำได้หลังจากที่มีประวัติปรากฏในระบบของเครดิตบูโรแล้วทางเดียวคือ ต้องรีบนำเงินมาชำระตามจำนวนที่ค้างชำระอยู่ให้เร็วที่สุด เพื่อที่ว่าประวัติในเดือนถัดไปจะได้เปลี่ยนสถานะเป็น ไม่ค้างชำระ ฟังดูเหมือนง่ายเพราะในความเป็นจริงถ้าหากท่านมีก็คงจ่ายไปนานแล้ว
 

ทางแก้ก็ยังคงพอมีอยู่บ้างโดยเริ่มจากการเข้าไปเจรจา พูดคุยกับสถาบันการเงินที่ท่านค้างชำระอยู่ เพื่อขอผ่อนผัน อาจจะเป็นขยายระยะเวลาในการชำระเงินออกไป หรือการชำระเงินบางส่วนก่อน เพื่อให้ประวัติการชำระเงินของท่านในเดือนถัดไปเปลี่ยนสถานะ เป็นไม่ค้างชำระ ซึ่งหากท่านสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า ท่านสามารถชำระได้สถาบันการเงินก็พร้อมที่จะช่วยเหลือท่าน เพราะมันดีกว่าการที่จะต้องไปฟ้องร้องเป็นคดีความในชั้นศาลต่อไปที่ยุ่งยากและเสียเวลา

เมื่อท่านเจรจาได้แล้ว ท่านต้องรีบนำเงินมาชำระตามข้อตกลงใหม่ที่ทำกับธนาคาร ชำระให้ตรงตามเวลา และตรงตามจำนวนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยในระหว่างนี้ขอให้ท่านสำรวจทรัพย์สินทั้งหมดที่ท่านมีอยู่ ทรัพย์สินใดที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่จำเป็น ก็อาจจะขายหรือให้เช่า เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับท่านมากขึ้น
 

พยายามหาช่องทางในการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และไม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม และติดตามตรวจสอบประวัติสถานะของการชำระเงินว่าได้เปลี่ยนเป็น ไม่ค้างชำระแล้วหรือยัง ถ้ายังให้รีบแจ้งไปยังสถาบันการเงินให้แก้ไขข้อมูลโดยเร็ว
 

การติดแบล็คลิสเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการรายได้ของท่าน ภายหลังที่จัดการจนสถานะเป็นปกติแล้ว ขอให้ใช้เวลาในการเรียนรู้วิธีการบริหารรายได้อย่างมีระบบ จัดแบ่งทรัพย์สินบางส่วนไว้ใช้ยามฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และพึงใช้จ่ายระมัดระวังให้สมกับฐานะความเป็นอยู่หรือรายได้ของตน เพื่อที่ว่าครั้งหน้าจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก


Keywords :