12 พฤติกรรมนำไปสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จ

     พฤติกรรมและลักษณะนิสัยบางอย่างในชีวิตประจำวัน แม้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่า บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยที่คล้ายๆ กัน เมื่อลองศึกษาในรายละเอียดแล้วจะพบว่า การที่บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ได้มีเพียงแค่ความคิดและการกระทำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง “พฤติกรรม” หรือ “นิสัย” ที่ผ่านการฝึกปฏิบัติเป็นประจำ

     เราจึงรวบรวม 12 พฤติกรรมที่จะช่วยนำไปสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จ ที่เป็นเหมือนกฎขั้นพื้นฐานที่บุคคลชื่อดังทั่วโลกส่วนใหญ่ยึดถือและปฏิบัติ ลองสำรวจตัวเองกันดู บางทีคุณอาจจะมีลักษณะนิสัยเหล่านี้อยู่แล้วก็ได้

1. แยกแยะนิสัยที่ดีและไม่ดี  นิสัยที่ดีเป็นรากฐานของการสร้างความมั่งคั่ง ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อยู่ในพฤติกรรมประจำวันของพวกเขา ลอง list ใส่กระดาษว่าคุณมีพฤติกรรมใดบ้างที่ยังฉุดรั้งไม่ให้คุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ และจะมีวิธีแก้เช่นไร เช่น

ฉันดูทีวีมากเกินไป >> ฉันจะจำกัดการดูทีวีวันละ 1 ชม.

ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือ >> ฉันต้องซื้อหนังสือเดือนละ 1 เล่ม และอ่านมันให้จบ เป็นต้น

2. เป็นนักตั้งเป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จมีเป้าหมายเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่เสมอ พวกเขาสร้างเป้าหมายตลอดเวลา ทั้งเป้าหมายรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี โดยวางแผนของวันต่อไปในทุกๆคืน คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้มักมองในระยะยาวเสมอ นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายของพวกเขาก็มักมากับวิธีการที่ทำให้บรรลุเป้าหมายอยู่เสมอ

3. โฟกัสเพียงหนึ่งเดียว เมื่อตั้งเป้าหมายได้แล้ว โฟกัสไปยังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ทำให้ลุล่วงสำเร็จไปทีละอย่าง คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้จะทุ่มเทความพยายามและความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไปเป็นอย่างๆ ไม่วอกแวกหรือโฟกัสหลายอย่างจนเกินไป

4. เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ คนที่ประสบความสำเร็จมักหาโอกาสที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา พวกเขาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการอ่านและฝึกฝนทักษะใหม่อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้สาระ 35 อุปนิสัยมุ่งสู่ผู้มีประสิทธิภาพ ในทศวรรษนี้ เราต่างรู้จักชื่อเสียงและเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเหล่าคนดังที่ประสบความสำเร็จข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs, Hillary Clinton, ประธานาธิบดี Obama และ Mark Zuckerberg เขาเหล่านี้ทำสิ่งต่างๆมากมายคล้ายกับว่าวันๆหนึ่งของพวกเขามี 30 ชม. แต่เปล่าเลย เขาก็มีเวลา 24 ชม.ต่อวันเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ หากแต่พวกเขาใช้เวลาทุกนาทีไปกับการทำสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นกับตัวเองในทุกๆวัน

5. ไม่จมอยู่กับความล้มเหลว คนเหล่านี้มอง “ความล้มเหลว” คือส่วนหนึ่งของการเติบโต มันคือโอกาสอย่างหนึ่งที่จะทำให้เรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า และพวกเขาเชื่อว่า ไม่ว่าจะล้มอีกกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาใหม่ คุณจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

6. หมั่นดูแลสุขภาพ ไม่เพียงแต่พัฒนาตนเองเพียงด้านเดียวเท่านั้น บุคคลเหล่านี้ยังเน้นการรักษาสุขภาพ โดยกินอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังกายจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรหากคุณประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยมหาศาล แต่มีร่างกายที่อ่อนแอ

7. ทำแต่พอประมาณ การทำอะไรที่มากไปหรือน้อยไปย่อมไม่ดีทั้งนั้น ทุกสิ่งต้องอยู่ในลักษณะสมดุล ทำกิจกรรมแต่ละอย่างในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ทำงาน, ออกกำลังกาย, รับประทานอาหาร, ดูทีวี, อ่านหนังสือ เป็นต้น รู้จักแบ่งเวลาให้เป็นสัดส่วนอย่างพอเหมาะพอควร

8. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง อย่ารีรอที่จะลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จไม่เคยรีรอเวลาหรือคอยจังหวะและโอกาส พวกเขาลงมือทำทันทีที่ทำได้ เพราะเวลาของพวกเขานั้นมีค่าเกินกว่าจะมารีรอ ทุกครั้งที่เกิดความคิดดีๆ พวกเขามักจะพูดว่า “Do it now” คือ ลงมือทำตอนนี้เลย

9. คิดบวก ลองพิจารณาบุคคลประสบความสำเร็จใกล้ตัวคุณว่าเขาเป็นคิดแง่บวกหรือแง่ลบ? ส่วนใหญ่บุคคลเหล่านี้มักคิดในแง่บวก กระตือรือร้น มีพลังเปี่ยมล้น และมีความสุข คนเหล่านี้เลือกที่จะมองโลกในแง่ดี ทั้งกับตัวเอง ผู้อื่น แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามามากเพียงใด การคิดบวกจะทำให้เรามีสติที่คิดจะแก้ไขมัน

10. อ่านหนังสือให้เป็นประจำ การอ่านจะเป็นส่วนผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต สร้างลักษณะนิสัยที่ดีด้วยการอ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 30 นาที และเพิ่มขึ้นทุกๆวัน เพื่อให้เป็นนิสัย ทุกครั้งที่คุณอ่านหนังสือ คือการเติมความรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

11. พูดให้น้อยลง ฟังให้มากขึ้น เมื่อคุณเป็นผู้ฟัง เท่ากับว่าคุณกำลังเรียนรู้ จงเป็นผู้ฟังให้มากกว่าเป็นผู้พูด นอกจากนี้การฟังยังช่วยให้คุณจับใจความถึงสาระสำคัญของคู่สนทนา เพื่อให้คุณได้คิดก่อนพูด ตรงประเด็นในทุกๆการสนทนา

12. ออมเงินให้เป็นนิสัย แม้บางคนจะรวยจนเงินเหลือใช้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไปกับของที่ไม่เกิดประโยชน์ พวกเขามักจะกันเงินประมาณ 10-20% เพื่อเป็นเงินออมเสมอ Warren Buffet เคยกล่าวว่า “อย่าออมจากเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ต้องใช้จ่ายจากเงินที่เหลือจากการออม”

 

ที่มาข้อมูล

รูปภาพพาดหัว