3 สุดยอดวิธีออมเงิน ที่จะทำให้เงินหลักพันกลายเป็นหลักล้าน

     การออมเงินเป็นหนึ่งในวิธีการที่ทำให้เรามีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและเป็นหลักประกันในการใช้จ่ายในอนาคต และยังเป็นวิธีที่จะทำให้เงินของเรางอกเงยได้อีกด้วย จากการที่เรานำเงินไปฝากกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง แต่ลองคิดดูว่ากว่าที่เงินเราจะงอกเงยได้ถึงจุดที่เรียกได้ว่า มั่งคั่ง ก็ต้องใช้เวลานาน หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการหวังผลตอบแทนจากการฝากเงิน ถ้าเราไม่ได้มีเงินหลักล้านขึ้นไป

1. ออมก่อนใช้

         ไม่ว่าคุณจะมีรายได้เท่าใด นี่คือกฎข้อแรกที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่ง เพราะหากใช้เงินแล้วค่อยออม รับรองว่าส่วนใหญ่จะใช้จนหมด ไม่เหลือออมแน่นอน ฉะนั้นเมื่อได้เงินเดือนควรเก็บเป็นเงินออมเสียก่อน เหลือเท่าไรค่อยใช้เท่านั้น !!

2. ออม ¼ ของเงินได้

         "หากเงินเดือน 15,000 บาท ควรออมเงินให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาท" เมื่อเงินเดือนสูงขึ้น สัดส่วนการออมก็ต้องสูงขึ้นตามด้วย

         นอกจากนี้หากคุณมีเงินออมอยู่ประมาณ 100,000 บาท และมีรายได้เดือนละ 15,000 บาท อาจออมเงินในรูปแบบของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดทำเลดีที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

ตัวอย่าง เมื่อตกลงซื้อคอนโดราคา 1 ล้านบาท คุณต้องชำระเงิน ดังนี้

         - เงินจอง 10,000 บาท
         - เงินทำสัญญา 30,000 บาท
         - ผ่อนดาวน์ 11 งวด โดยแบ่งจ่ายงวดละ 7,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน และจ่ายดาวน์งวดสุดท้ายอีก 70,000 บาท รวมชำระเงินดาวน์ทั้งสิ้น 180,000 บาท (รวมเงินจองและเงินทำสัญญา)
         - เหลือภาระกับธนาคาร 820,000 บาท (ผ่อนเดือนละประมาณ 6,000 บาท / สัญญาประมาณ 12 ปี)

3 สุดยอดวิธีออมเงิน ที่จะทำให้เงินหลักพันกลายเป็นหลักล้าน

 

3. ออมพร้อมการลงทุน

A. ซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ที่มีความเสี่ยงต่ำ

ข้อดี 

         ผลตอบแทนมากกว่าฝากเงินธนาคาร และไม่ต้องเสียภาษี

ข้อเสีย 

         1.หากต้องการใช้เงิน ไม่สามารถถอนเงินได้ทันที จะต้องขายหน่วยลงทุนก่อนได้เงินในวันรุ่งขึ้น

         2.กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการซื้อกองทุน

         เงินที่ได้รับคือ ราคา NAV (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยลงทุนของวันนั้น)

B. ฝากบัญชี

ข้อดี

         1.ฝาก-ถอนเมื่อใดก็ได้

         2.ไม่มีขั้นต่ำในการฝากเงิน

ข้อเสีย 

         ดอกเบี้ยไม่สูง และต้องเสียภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่ได้รับดอกเบี้ยมากกว่าปีละ 20,000 บาท

 

3 สุดยอดวิธีออมเงิน ที่จะทำให้เงินหลักพันกลายเป็นหลักล้าน


ที่มาของดอกผลจากการลงทุน...

          ปีละ 3-3.5% เลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้แบบไม่ปันผล มีความเสี่ยง 20 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้

          ปีละ 5-7% เลือกกองทุนในกองทุนอลังหาริมทรัพย์ ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ

          1. แบบ Lease Hold ลงทุนแบบเซ้งระยะยาว 30 ปี ผลตอบแทนระยะแรกสูง แต่ราคาจะตกลงเรื่อย ๆ เมื่อใกล้ครบกำหนดขาย

          2. แบบ Free Hold ลงทุนแบบซื้อขาด ผลตอบแทนระยะแรกไม่ค่อยสูง แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใกล้ครบกำหนดขาย เพราะราคาที่ดินปรับขึ้นทุกปี
  
         ปีละ 18-20% เลือกลงทุนในกองทุนตราสารทุน (กองทุนหุ้น) มีความเสี่ยง 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ให้ผลตอบแทนสูง


"ยิ่งออมเร็ว ยิ่งรวยเร็ว ยิ่งสบายเร็ว" กับ 9 รูปแบบเงินงอกเงยหลักล้าน


1. ออมเงินปีละ 50,000 บาท

          หรือเดือนละ 3,000 บาท เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 3% ครบ 30 ปี จะมีเงินเก็บ 2,411,479 บาท

2. ออมเงินปีละ 100,000 บาท 

          หรือเดือนละประมาณ 8,333 บาท เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 3% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 4,822,958 บาท

3. ออมเงินขั้นบันได

         - ปีที่ 1-5 ปีละ 100,000 บาท
         - ปีที่ 6-10 ปีละ 150,000 บาท
         - ปีที่ 11-15 ปีละ 200,000 บาท
         - ปีที่ 16-20 ปีละ 250,000 บาท
         - ปีที่ 21-25 ปีละ 300,000 บาท
         - ปีที่ 26-30 ปีละ 350,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 3% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 9,825,893 บาท

4. ออมเงินปีละ 100,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปี 10% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 17,203,333 บาท

5. ออมเงินขั้นบันได

         - ปีที่ 1-5 ปีละ 100,000 บาท
         - ปีที่ 6-10 ปีละ 150,000 บาท
         - ปีที่ 11-15 ปีละ 200,000 บาท
         - ปีที่ 16-20 ปีละ 250,000 บาท
         - ปีที่ 21-25 ปีละ 300,000 บาท
         - ปีที่ 26-30 ปีละ 350,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 10% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 28,155,146 บาท

6. ออมเงินปีละ 100,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 18-20% ครบ 30 ปีจะมีเงิน 90,858,341 บาท

 

3 สุดยอดวิธีออมเงิน ที่จะทำให้เงินหลักพันกลายเป็นหลักล้าน


7. ออมเงินขั้นบันได

         - ปีที่ 1-5 ปีละ 100,000 บาท
         - ปีที่ 6-10 ปีละ 150,000 บาท
         - ปีที่ 11-15 ปีละ 200,000 บาท
         - ปีที่ 16-20 ปีละ 250,000 บาท
         - ปีที่ 21-25 ปีละ 300,000 บาท
         - ปีที่ 26-30 ปีละ 350,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 18-20% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 123,601,022 บาท

8. ออมเงินปีละ 100,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 20% ครบ 30 ปีจะมีเงิน 129,022,071 บาท

9. ออมเงินบันได

         - ปีที่ 1-5 ปีละ 100,000 บาท
         - ปีที่ 6-10 ปีละ 150,000 บาท
         - ปีที่ 11-15 ปีละ 200,000 บาท
         - ปีที่ 16-20 ปีละ 250,000 บาท
         - ปีที่ 21-25 ปีละ 300,000 บาท
         - ปีที่ 26-30 ปีละ 350,000 บาท

         เมื่อรวมกับดอกผลจากการลงทุนปีละ 20% ครบ 30 ปีจะมีเงินเก็บ 170,729,440 บาท

         การวางแผนการออมเงินอย่างเป็นระบบทำให้เราเห็นภาพของเม็ดเงินในอนาคตได้ชัดเจนมากขึ้น ยิ่งถ้าเราสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนโดยพิจารณาให้ความสำคัญเฉพาะรายจ่ายที่จำเป็นและตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ก็จะยิ่งทำให้เรามีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือนมากขึ้นและขยับเข้าใกล้คำว่า มั่งคั่ง ได้เร็วขึ้น การที่เรารู้จักประหยัดอดออมถือว่าเป็นสิ่งดีแล้ว แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเพิ่มทางเลือกในการออมให้หลากหลายเพื่อให้เงินของเรางอกเงยเป็นทวีคูณ ลองนำไปปรับใช้กับการออมในชีวิตประจำวันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการมีเงินล้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด 

 

รูปภาพและข้อมูล